วันนี้ 3:30 ตอนเช้า รถ shuttle bus ? เคลื่อนตัวออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปยังวิหารทองคำ ไม่เกิน 20 นาที เราก้อมาถึงทางเข้าวัด สิ่งที่แปลกตาออกไปคือ บริเวณรอบๆ วัด สะอาดมาก! ? ทั้งๆ ที่คนก้อขับรถ ขี่จักรยาน เข้าไป แต่พื้นมันโคตรสะอาด ช่วงที่เราไปถึง มีผู้คนมากมาย กำลังนอนหลับอยู่ ? โดยที่ทุกคน นอนกันบนพื้นกันเลยทีเดียว เสียงสวดดังต่อเนื่องจากในวัดออกมาข้างนอก เราสองคน เดินแหวกผู้คนที่กำลังหลับไหล กระจัดกระจายกันบนพื้น จนไปถึงลานกว้างสีขาวสะอาดสะอ้าน ใหญ่ขนาดสนามฟุตบอล พบผู้แสวงบุญอีกมากมาย บ้างนอน บ้างนั่ง บ้างคุกเข่าร้องเพลงสวด ทีสำคัญ มีอีกหลายคนที่กำลังขะมักขะเม้นทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูลานกว้างแห่งนี้

เราพาตัวเองไปยัง counter ฝากรองเท้า ได้บัตรรับฝากมา จากนั้น ก้อตรงดิ่งไปยังทางเข้า ตรงนั้นเอง จะมีตระกร้าใส่ผ้าโพกหัวจำนวนมาก เป็นกฎของทางวัดที่เราจะต้องปกคลุมเส้นผมของเราก่อนเข้าวัดทั้งหญิง-ชาย หลังจากจัดแจงตัวเองเสร็จสรรพ สิ่งที่สะท้อนแสงออกมาตั้งแต่เราอยู่ตรงปากทางเข้า คือภาพด้านล่าง ?โอววววว เห็นแล้วอึ้งไป 10 วิ ? อะไรมันจะทองปานน้านนนนน~~~~

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบ วิหารฮัรมันดิร ซาฮิบ เมืองอัมริตสาร์ หรืออมฤตสาร์ หรือที่คนส่วนมากนิยมเรียกติดปากว่า “วิหารทองคำ” เป็นวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดในศาสนาซิกข์ และที่นี่ก้อถือเป็น highlight อีกที่หนึ่งทริปเราเลยทีเดียว!!! ❤️

ช่วงเวลาที่เราไป เป็น pray time ถึงแม้จะเป็นเวลาสุดแสนจะเช้าตรู่ แต่ผู้คนมากมาย ต่างกรูกันเขาไปในวิหารทองกลางน้ำอย่างครึกครื้น รอบๆ ที่เห็นเป็นน้ำ ก้อมีผู้คนทยอยกันลงไปอาบน้ำกันอย่างต่อเนื่อง ตรงโน้นทีตรงนี้ที อาบไปไหว้วิหารไป ดูแล้วก้อทำให้เรานึกถึงเมืองพาราณสีที่ริมแม่น้ำคงคา ที่ชาวฮินดูก้อดำผุดดำว่ายในแม้น้ำคงคาตามความเชื่อของเค้าเหมือนกัน มาคิดดูอีกที แต่ละศาสนาก้อมีแม่น้ำศักดิ์ของเค้า ความเชื่อของแต่ละศาสนาย่อมเป็นสิทธิ์ของแต่ละศาสนาว่ากันไม่ได้

ในช่วงเวลาที่อยู่ท่ามกลางชาวซิกข์ เราสัมผัสและรับรู้ได้ถึงความเป็นมิตรภาพ เปิดกว้าง และยินดีต้อนรับเราแม้จะเห็นชัดเจนว่าเราไม่ใช่ชาวซิกข์อย่างแน่นอน (ท่าจะเป็นคน sick มากกว่า) ช่วยแนะนำ และยังช่วยเราโพกผมด้วย ทุกคนที่ได้พบหน้ามักจะมีหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และดูดีมีสง่า ที่นี่นอกจากจะมีบริการน้ำและอาหารฟรีแล้ว ยังมีที่พักให้ชาวแสวงบุญทุกศาสนาฟรีอีกด้วย ?

ท้ายที่สุด แม้จะมีการแต่งตัวที่แตกต่างกัน นับถือศาสนาต่างกัน อยู่กันคนละประเทศ มีความเชื่อต่างกัน แต่ทว่า ณ วิหารทองกลางน้ำแห่งนี้ ท่ามกลางความแตกต่างนั้น ตราบใดที่มีความเป็นเพื่อนต่างศาสนา มนุษย์เราอยู่กันได้อย่างสันติ ? อิ่มบุญไปตามๆ กันสิคะ งานนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *