คาบสมุทร Kenai เป็นพื้นที่ติ่งเล็กๆ งอกออกมาทางใต้ของเมือง Ancorage เป็นบริเวณที่คุณสามารถเข้าถึง widelifes ได้ง่ายที่สุดใน Alaska เพราะถ้าขับจาก Anchorage ลงมาก็ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากมาส่องสัตว์แล้ว ผู้คนยังนิยมมา hiking ขึ้นยอด Kenai mountains ที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาอยู่ตลอดปี

ต่อจาก EP ที่แล้ว เราแวะเที่ยวที่เมือง Whittier 2-3 ชั่วโมง ก่อนจะเดินทางต่อมาถึงเมือง Seward ก็เย็นๆ พอดี วันนี้เราค้างกันที่ Stoney Creek RV Park เป็น campsite ที่อยู่ท่ามกลางป่าริมธาร โดยเราจะอยู่ที่นี่กันยาวถึง 3 คืนด้วยกัน 

ที่ Riley creek RV Park แห่งนี้ถือว่าเป็น campsite แบบ 5 ดาวเลยนะ เพราะทั้งใหญ่และมี facility ครบครัน ห้องน้ำ อาบน้ำ ซักผ้า เครื่องทำน้ำแข็ง แถม cable TV ให้ด้วย (แต่ติดปัญหาอยู่ที่ เสียบกับช่องเสียบในรถไปแล้ว ภาพไม่ชัด อีหยั่งว๊ะ)

 

RILEY CREEK CAMPGROUND

  • Type of Site: Back-in / Pull-through
  • Hookup Type: Fully Hookup
  • Rate/night: Premium Rate $56.50 per night
  • Shower: Free up to 4 person ถ้ามากกว่านั้นคิดเพิ่มคนละ $5 per day
  • Rating:  (หักไป 1 ดาวเพราะ wifi สัญญาณแรงแค่แถวไหนห้องน้ำ) 
  • Link: https://www.stoneycreekrvpark.com/

วันที่ 9 ของการเดินทาง เรามี mission impossible อยู่อย่างนึงที่คุณชายหมายมั่นปั้นมือมาตั้งแต่อยู่กรุงเทพ ดู YouTube ศึกษามาอย่างละเอียด และทำแผนการรบมาอย่างดี ภาระกิจวันนี้ เราจะไปตกปลากัน! แท๊มๆๆ (เสียง effect อย่างกาก)

COOPER LANDING 
 

Cooper Landing ถือเป็นส่วนใจกลางของคาบสมุทร Kenai และยังเป็นจุดที่ Kenai river และ Russian river ไหลมารวมกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้ cooper landing เป็นจุดตกปลาระดับ world class สำหรับตกปลาพวก salmon (Kings, reds and silvers), rainbow trout, และ Dolly Varden ซึ่งการตกปลาพวกนี้ ก็ถือเป็นกิจกรรม adventure อย่างนึงที่คนที่นี่นิยมทำกันในช่วง summer แบบนี้ ใครที่สนใจ จะมีทัวร์แบบ guided fishing tour มากมายให้คุณเลือกใช้กันค่ะ

แต่! แต่! แต่! มาคราวนี้ คุณชายบอก เหยยยย เราศึกษาจากตำรา YouTube มาจนขึ้นใจ กงไกด์อะไร ไม่ต้องใช้ นางจะลุยเองคร่าาาาา อ้าวแหม~~~~ มั่นใจเบอร์ 5 ซะขนาดนี้ เราก็ไม่ขัดศรัทธาแน่นอน เอาว๊ะ เย็นนี้ ขอกินสเต็กปลาแซลม่อนนะคุณชายยยย ว่าแล้ว เราก็ไปเช่าอุปกรณ์กันก่อน โดยร้านที่ให้เช่าอุปกรณ์จะมีตั้งอยู่ทั่วไปตามเส้นทางไปยัง Cooper Landing ค่ะ อุปกรณ์ที่เราเช่าก็มีทั้ง คันตกปลา เบ็ดตกปลา bear spray (ซึ่งสุดท้ายไม่ได้ใช้ ถุยส์~~ ไม่เห็นมีหมีโผล่มาซักตัว) และชุดตกปลาซึ่งเป็นชุดที่คุณสามารถใส่ลงไปลำธารได้เลยโดยชุดข้างในไม่เปียก

Note: การตกปลาที่นี่ คุณจะต้องซื้อ license ด้วย โดยสามารถซื้อเป็นวันได้ สามารถซื้อผ่านเวบแล้วก็ print หรือถ่ายรูปเก็บไว้ก็ได้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่มาตรวจ คุณก็แค่ show license ให้ดูเป็นอันจบ หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

จุดที่คนนิยมไปตกปลากันค่ะ

จากการทำการบ้านของคุณชายมา จุดที่เป็นที่นิยมตกปลาจะมี 3 จุดหลักๆ ใน cooper landing คือ 

  1. Russian River Campground โดยคุณสามารถขับรถเข้าไปจอดใน campground ได้แบบไม่ต้องพักค้างคืนโดยจะคิดแค่ค่าที่จอดเหมาเป็นวัน จุดนี้จะมีทางเดินเข้าไปยัง russian river ซึ่งเป็นลำธารแคบๆ ยาว 13 ไมล์ จุดนี้ก็จะเป็นที่นิยมสำหรับคนที่มาตกปลาแซลม่อนในช่วง salmon run 
  2. Sportman’s landing เป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นที่นิยมในการตกปลา ซึ่งจะตั้งอยู่ตรง intersection ระหว่าง russian river กับ Kenai river พอดี
  3. Russian river falls เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการดู salmon กระโดด และมักจะเจอหมีมาจับปลาที่บริเวณนี้

สำหรับเรา เราเลือกไปที่ Russian River Campground โดยจอดรถที่ Pink Salmon Parking Lot จากที่จอดรถ เดินลงไปที่ russian river ก็ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้นเอง

ชุดพร้อมมว๊าก จุดเน้

Russian river ถึงแม้ว่าจะเรียกว่า river แต่สำหรับเรา ดูเหมือนว่าเป็นแค่ลำธารเท่านั้นเอง โดยส่วนมากจะตื้นๆ พื้นเป็นหินซะส่วนใหญ่ บริเวณริมธาร เค้าจะสร้างเป็นทางเดินยาว ขนานไปกับลำธาร จะมีช่องลงไปลำธารเป็นระยะๆ วันนี้มีผู้คนมาตกปลากันพอสมควร ไม่เยอะมาก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเด็ก ทั้งคนแก่ ว่าแล้ว ก็ลงน้ำกันเล้ย~~

อันนี้ซ้อมก่อน
ลุงคนนี้ก็ดู professional มาก

 

Fly Fishing

Fly Fishing เป็นวิธีการตกปลาแบบที่ใช้เหยื่อน้ำหนักเบาหรือที่เรียกว่าแมลงวันเทียมเพื่อจับปลา โดยเหยื่อจะถูกโยนโดยใช้ fly rod, reel และสายถ่วงน้ำหนักแบบพิเศษ ซึ่งวิธีการเหวี่ยงเหยื่อออกไปจะไม่เหมือนกับวิธีตกปลาแบบปกติ โดยจะเหวี่ยงเบ็ดออกไปก่อน จากนั้นต้องทำการสาวสายเบ็ดกลับมา ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะจะใช้กับการตกปลาที่มีน้ำตื้น และแคบ ไม่เหมือนกับวิธีตกปลาแบบ traditional ที่เหวียงเบ็ดออกไป เหยื่อก้อจะจมน้ำ และเราก็แค่รออยู่เฉยๆ

ยื่นเหวี่ยงเบ็ดไปหลายรอบมาก ชักเมื่อย นั่งดีกั่ว
เก้าอี้ที่เช่ามา มาใช้คุ้มก็วันนี้นี่แหละ

จนแล้วจนรอด ผ่านมาครึ่งค่อนวัน เหวี่ยงเบ็ดไปจนเมื่อยแขน อ๊ะ ไม่ได้ปลาซักตัว มองดูในน้ำก็ไม่เห็นปลาซักตัว และดูเหมือนว่า ลุงๆ คนอื่นๆ ที่ตกอยู่ระแวกเดียวกันก็เหมือนจะแห้วเหมือนเรา อ่าว? ศึกษามาซะดิบดี  ไหงเป็นงี้ เราเดินไปถามคุณลุงแถวนั้นอยู่ 2-3 คน ได้ความว่า ช่วง salmon run นั้นได้ผ่านมาแล้ว จะมีอีกทีก็อีก 2-3 อาทิตย์ข้างหน้า ช่วงนี้ก็เลยเหงาๆ หงอยๆ อ้าว เวง +_+ อุส่าห์ซ้อมท่ามาจากบ้าน แถมเช่าชุดมาซะเต็มขนาดเน้~~~ ปายๆ กลับบ้านกินไข่เจียวดีกว่า เสต็กแซลม่อนอะไร ถุยส์

วันนี้ครอบครัวเรากลับมากินแห้ว เอ้ย ไก่ทอดน้ำปลา ผัดหน่อไม้ กันเงียบๆ ที่ campground พร้อมกับมองอีรถข้างๆ ย่างปลาแซลม่อนที่มันมาอวดว่า ตกมาเองได้จ้า #ขร่ะ

เมื่อไม่มีปลาแซลม่อนที่หวังไว้ เราก็ควักไก่มาทอดสิคะ

 

Unguided Fly Fishing at Cooper Landing

  • ค่าเช่าชุด อุปกรณ์ และ fishing license สำหรับ 2 คน: $167
  • ค่าจอดรถที่ Russian River Campground $11
  • ค่าน้ำแข็ง (ที่กะว่าจะเอาไว้แช่ปลา) $3 สรุปไม่ได้ใช้ 5555

คำแนะนำสำหรับคนที่คิดจะตกปลาคือ กรุณามาให้พอดีหน้า salmon run ก่อนเช่าชุด ไม่งั้นจะแต่งชุดเก้อได้ค่ะคูณ~~~ อีกอย่างคือ จริงๆ แล้วจุดที่ตกง่ายไม่ได้มีแค่ที่ cooper landing ที่เดียว ถ้าใครได้อ่าน EP3 ของเรามาแล้ว จะพบว่า ที่ Solomon Gulch Hatchery เมือง Valdez น่าจะตกง่ายกว่าเยอะ

นกสีสวยที่ Cooper Landing

KENAI FJORDS NATIONAL PARK 
 

ครั้งแรกตอนที่เราแพลนมาเที่ยวที่ Alaska รู้สึกว่า ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี เพราะมันใหญ่มาก ทุกอย่างดูเหมือนจะเข้าถึงยาก ช่วงเวลาที่เอื้ออำนวยต่อการเที่ยว ก็ดูเหมือนจะมีเพียงไม่กี่ช่วงเท่านั้น ถนนหนทางก็ดูจะไม่ครอบคลุม ดังนั้นวิธีการล่องเรือ จึงเป็นอีกวิธีนึงที่ popular  มากสำหรับการมาท่องเที่ยวในอลาสก้า เพราะเป็นหนทางที่คุณสามารถเข้าใกล้ widelife หาดูได้ยากอย่างพวกวาฬเช่น orgas, fin whales, humpback, และอื่นๆ รวมไปถึงพวก sea lion, sea otter, seal ได้อย่างชิวๆ โดยไม่ต้องเหนื่อย

ดังนั้นเราจึงเลือกการนั่ง cruise แบบ 1 day trip เพื่อสำรวจอุทยานแห่งชาติ Kenai Fjords กันค่ะ โดยนอกจากเราจะสำรวจ wildlife หายากแล้ว เราก็จะได้สำรวจ Glacier ภายในอุทยานแบบชิวๆ โดยไม่ต้องออกแรงเหมือนที่ผ่านมาอีกด้วย ถ้าพร้อมจะออกทะเล ทานเสต็ก จิ๊บ cocktail เบาๆ พร้อมกับชมธรรมชาติอันสวยงามกันแล้วหล่ะก็ ขึ้นเรือไปพร้อมกับเราเลยค่าาาาา

Major Marine Catamaran

เรือที่เราจะไปล่องวันนี้เป็นเรือแบบ wide-beamed catamarans  ออกจากท่าเรือที่เมือง Seward ผ่าน Bear Glacier มุ่งสู่อ่าว Aialik เพื่อไปชม Aialik Glacier และวกกลับมายัง Resurrection Bay การล่องเรือครั้งนี้เป็นทริปแบบ 7.5 Hour Northwestern Fjord Cruise ของบริษัท Major marine ซึ่งจะรวมอาหารกลางวันแบบ buffet บนเรือ 

Our 7.5 hours cruise route

9:10AM รถ Shuttle Bus ของ Major Marine Tour มารับเราที่ Stoney Creek RV Park ซึ่งรถก้อทยอยรับคนตามโรงแรมต่างๆ ในเมืองจนมาถึงท่าเรือเมือง Seward เราจัดการ check-in ที่บริษัท รับตั๋วขึ้นเรือ ก่อนจะเดินไปขึ้นเรือที่ท่าเรือที่ Resurrection Bay

Cruise tickets

Kenai Fjords National Park กินพื้นที่หลายพันตารางไมล์โดยรวมทั้งที่เป็นผืนดินและผืนน้ำ มีขนาดใหญ่เท่ากับ Yosemite National Park ที่เรารู้จักกันดี เป็น National Park ที่คุณไม่สามารถสำรวจได้ด้วยการนั่งรถเพราะมันไม่มีถนน! วิธีที่ดีและประหยัดที่สุด ก็เห็นจะเป็นทางเรือนี่แหละที่คุณจะเห็นวิวสวยๆ ของ national park นี้ได้ จุดเด่นของ national park นี้คือใจกลางที่เป็นทุ่งน้ำแข็งล้อมรอบไปด้วยภูเขาใหญ่ จึงเกิดเป็น Glacier มากมายตามช่องเขาต่างๆ ไหลลงสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่นั่นเอง ที่ Kenai Fjords แห่งนี้ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดอีกด้วย นั่นคือ ปลาวาฬนั่นเอง มาดูซิว่า วันนี้ พวกเราจะได้เจอบ้างรึเปล่า?!?

Kenai Fjords National Park

What the hack is a Fjord?, anyway?

หลายคนอาจสงสัยว่า ฟยอร์ด เนี่ยะ มันคือไรฟะ? ซึ่งหลายคน อาจจะไม่รู้ว่าฟยอร์ดจริงๆ แล้วคืออะไรจนกว่าจะได้มาเที่ยวที่ Kenai Fjords แห่งนี้ จริงๆ แล้ว ฟยอร์ด หมายถึงหุบเขาลึกรูปตัว U ที่เต็มไปด้วยน้ำที่แข็งตัวหรือที่เราเรียกว่า glacier นั่นแหละ โดยปลายด้านหนึ่งของหุบเขาจะเชื่อมต่อสู่ทะเล เรามักจะพบเห็นฟยอร์ดใน Alaska, Greenland, Norway, Chile, Canada, และ New Zealand

Fjord

ตั้งแต่ EP.1 ยัน EP.5 นี่ เพื่อนๆ จะสังเกตได้ว่า เราไป Glacier มาหลายที่แล้ว หลายคนถามเรามาก่อนไปว่า เหยยย มาเที่ยว Alaska summer นี่จะได้เห็นหิมะรึเปล่า? มีใครเคยสงสัยมั้ยว่า Glacier เกิดได้ยังไง? แล้วทำไมที่ Alaska จึงมีเยอะจุง แค่ที่นี่หนาวกว่าอื่นก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดแบบนี้ได้ทุกที่นะคร่ะ EP.5 นี้ เรามาไขความข้องใจจุดนี้กันค่ะ

เพื่อนๆ คงเดาได้ว่า องค์ประกอบหลักของในการก่อตัวของธารน้ำแข็งก้อคือหิมะ แบบเยอะมากๆ ช่ะ ซึ่งแน่นอนว่าที่  alaska แห่งนี้มีแน่นอน ความชื้นจาก gulf of alaska ได้เคลื่อนตัวจากผืนน้ำสู่ภาคพื้นดินทำให้เกิดทุ่งน้ำแข็งที่มีหิมะทับถมสูงเฉลี่ย 60 feets (หรือประมาณ 18 เมตร เทียบเท่าตึกสูง 4-5 ชั้น) ในทุกๆ ปี ลองจินตนาการว่า ต้องใช้เวลาและความร้อนเท่าไหร่ เราถึงจะละลายน้ำแข็งก้อนมหึมานี่ได้หมดก่อนจะถึงฤดูหนาวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งปัจจัยที่สอง “cool summer” หรือความที่หน้าร้อนอากาศไม่ร้อน ทำให้การละลายน้ำแข็งหมดก่อนถึงฤดูหนาวเป็นไปไม่ได้เลยใน Alaska เพราะ Gulf of Alaska แห่งนี้ มีระบบอากาศเฉพาะตัวที่ทำให้พื้นที่ในอลาสก้า แม้ว่าจะอยู่ในช่วง summer ก็ตาม แต่อากาศก็ยังเย็นและเปียกอยู่ตลอดเวลา ทำให้อีหิมะก้อนยักษ์ยังไม่ทันละลายก็เข้าหน้าหนาวอีก นั่นก็หมายความว่า จะมีหิมะสูงเท่าตึก 4-5 ชั้นทับถมของเก่า แบบนี้ไปเรื่อยๆ ร่วมด้วยปัจจัยอย่างที่ 3 ได้แก่แรงดึงดูดของโลกและการไหลของน้ำแข็ง พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ น้ำแข็งก้อนมหึมานี่จึงเกิดเป็นธารน้ำแข็งที่มีการเคลื่อนตัวจากทุ่งน้ำแข็งสู่ ร่องเขา และไหลลงสู่ทะเลในที่สุด

Why the ice is Blue?

คำถามยอดฮิตถัดไปคือ ทำไมน้ำแข็งในธารน้ำแข็งถึงเป็นสีฟ้าหล่ะ? คำตอบง่ายๆก็คือ แสงสีขาวที่จริงๆ เกิดจากแสง 7 สีนั้น เวลาตกกระทบกับน้ำแข็งใน Glacier มีความหนาแน่นมากกว่าน้ำแข็งทั่วไป Glacier จึงดูดแสงสีอื่นๆ ไปจนหมด เหลือแต่เพียงแสงสีฟ้าที่มีความยาวคลื่นแสงสั้นกว่า ทำให้คลื่นแสงสีฟ้าสะท้อนกลับออกมากระทบกับตาเรา ทำให้เราเห็น Glacier เป็นสีฟ้ายังไงหล่ะ

เอาหล่ะ ปูความรู้วิทยาศาสตร์กันมามากพอละ ก่อนที่ topic นี้จะกลายเป็นหนังสารคดีไปซะก่อน เราล่องเรือมาซักพัก กัปตันเรือก็ประกาศพิกัด Sea Otters ฝูงนึงให้เราดู ระหว่างล่องเรือไปพลางๆ

ฝูงนากที่พบเห็นบ่อยมากใน Kenai Fjords national park
นี่ก็อีกฝูง

เราล่องเรือมาซักพัก กัปปิตันอยู่ดีๆ ก็หยุดเรือซะงั้น ไอ้เราก็สงสัยว่ามีไร ปรากฏว่า โอ้วววววว ผู้คนแตกตื่น พากันไปกองที่หัวเรือและดาดฟ้าเรือ ใช่แล้วค่ะ เรือเรามาป๊ะเข้ากับ orga 2 ตัวเลยทีเดียว กำลังว่ายน้ำเล่นอย่างเพลิน

Orga หรืออีกชื่อที่เราคุ้ยเคยกว่าคือ Killer Whale หรือ วาฬเพชฌฆาต แม้ว่ามันจะชื่อว่า Killer Whale แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหนึ่งใน species เดียวกับ dolphins นะ เราจึงถือว่ามันเป็นปลาโลมา ไม่ใช่ปลาวาฬ คำว่า “เพชรฆาต” ในชื่อมัน ได้มาจากการที่มันเป็นนักล่าทางทะเลที่มี skill สูง โดยปกติจะล่าเป็นฝูง (pod) ซึ่ง 1 ฝูงอาจมีสมาชิกมากถึง 40 ตัว วาฬเพชรฆาตสามารถสื่อสารกับวาฬตัวอื่นโดยใช้เสียง click หรือการผิวปากเพื่อส่งเสียงตัดผ่านน้ำ และเนื่องจากวาฬเพชรฆาตเป็นสัตว์ขนาดใหญ่และ powerful มากที่สุดในมหาสมุทร มันจึงอยู่ที่จุดสูงสุดของ food chain ในมหาสมุทร โดยปกติตัวเมียจะสืบพันธ์ุ ทุก 3-10 ปี โดยจะให้กำเนิดลูกวาฬแค่ 1 ตัวเท่านั้น

อีกสิ่งพิเศษอย่างนึงของ orga คือเวลามันนอน มันมีความสามารถในการพักสมองด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งจะตื่นอยู่ โดยจะทำหน้าที่ควบคุมการหายใจและป้องกันการจมน้ำในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งงีบหลับ มันจึงสามารถหลับไป ว่ายน้ำไปด้วยได้ สุดยอด~~~~ 

The waiting of the “Blow”

กัปปิตันเล่าให้เราฟังว่า  Orga ก็เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ที่หายใจด้วยปอด แต่การหายใจของมันไม่เหมือนมนุษย์เราตรงที่ การหายใจของมนุษย์เป็นแบบ auto หรือที่เรียกว่า unconcious act แต่สำหรับ orga แล้วการหายใจคือควบคุมได้ เป็น concious act โดยมันจะขึ้นเหนือน้ำ แล้วไล่อากาศเสียที่อยู่ในปอดออกทางช่องเหนือหัวอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นละอองน้ำพร้อมกับเสียงดังที่เป็นเอกลักษณ์หรือที่เราเรียกว่า “blow” นั่นเอง โดยปกติแล้ว orga จะขึ้นมาหายใจ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 20 วินาที ก่อนที่มันจะดำลงไปในน้ำอีกครั้ง ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 10-12 นาที ก่อนที่มันจะขึ้นมาผิวน้ำเพื่อหายใจใหม่ ด้วยเหตุนี้ เรือของเรา จึงต้องลอยตุแหน่วๆ อยู่เกือบครึ่งค่อนชั่วโมง เพื่อรอมันกลับขึ้นมาหายใจใหม่ ซึ่งก้อต้องลุ้นกันตลอดว่ามันจะโผล่ขึ้นมาทิศทางไหนของเรือกันแน่ นักท่องเที่ยวนับร้อย บนเรือนับสิบที่ลอยตุแหน่วๆ ต่างพากันจ้องมองผืนน้ำอย่างใจจดใจจ่อ และแล้วการรอคอยของคนนับร้อยก็สิ้นสุดลง เมื่อมีคนตะโกนว่า “They are on the right side!” เท่านั้นแหละ คนทั้งเรือก็เทไปยังกาบเรือด้านขวา จนเรือแทบเอียง มาแว้ว~~~~ พระเอกของเรา

Orga jumps!

นางกลับมาผิวน้ำครั้งนี้ ไม่ได้มาหายใจเปล่า มาแบบกระโดดให้ดูด้วย ฟิเนเล่มาก จุดนี้คือต้องปรบมือรัวล่ะค่ะ

Orga jumps!

หลังจากเรือแทบคว่ำ เพราะผู้คนมัวแต่แตกตื่นกับวาฬกระโดด กัปปิตันเห็นเวลาสมควร จึงเดินเรือต่อไปยัง Aialik Glacier กันค่ะ ซึ่งระหว่างทาง เราก็ได้เจอทั้ง Sea lion และนกพัฟฟิน กันเป็นพักๆ บางคนที่ตาดีหน่อย ก็เห็นพวก Bald Eagle กันด้วย แต่เราส่องแล้วส่องอีก ก็ไม่เห็นซะที (ตาถั่วก็งี้) อ้อ ลืมบอกค่ะว่า บนเรือเค้ามีบริการกล้องส่องทางไกลให้ฟรีด้วยนะคะ

Tufted Puffin

ล่องเรือไปอีกพักใหญ่ๆ เราก็มาถึง  Aialik glacier กันค่ะ ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงๆ บ่ายๆ เราก็เริ่มทานอาหารกลางวันกัน โดยเป็น buffet salmon กับ prime rib มีขนมหวานให้ด้วย ส่วนพวกชากาแฟก็มีให้ไม่อั้นค่ะ และเนื่องจากจุดๆ นี้ เราค่อนข้างจะชินตากับภาพ glacier มามากพอแล้ว ก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้นกันเท่าไหร่ ทานข้าวไปพลาง ชมวิวธารน้ำแข็งข้างนอกไปพลาง พอคนน้อยๆ แล้วค่อยออกไปถ่ายรูป ก็ไม่สาย จริงม๊ะ #สายชิวมาเอง

Aialik Glacier
แม่บ้านเองเด้อ

 

ช่วงบ่าย ภายในเรือมีบริการ coaktail หลากสี โดยน้ำแข็งที่เอามาทำ cocktail นี่เค้าสอยเอาก้อนน้ำแข็งที่แตกออกจาก glacier มาทำนะคะ แต่อันนี้ต้องเสียตังค์เพิ่มนะคะ ไม่ได้ฟรีจ้า

 

Paid cocktail on board

ขาล่องเรือกลับ เราก็เจอเข้ากับ orga อีกตัว ตัวนี้ค่อนข้างเรียบร้อยหน่อย ไม่ค่อบรับแขกเหมือนสองตัวแรกเลย อ๊ะ ถ้าเห็นแค่ครีบนี่ นึกว่าฉลาม

Orga

 

เรือเราวนกลับมาที่ Resurrection bay ก่อนที่จะเข้าเทียบท่าที่เมือง Seward เราแวะซื้อของที่ระลึกกันนิดหน่อยตาม shop แถวๆ ริมท่าน้ำก่อนที่จะไปขึ้น shuttle bus ของบริษัททัวร์เพื่อกลับไปยัง campsite ของเราค่ะ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันชิวๆ ที่ Alaska ก่อนจะโบกมือลากันไป

 

 

National Park Cruise by Major Marine Tour

  • 7.5 Hr National Park Cruise: $234.62 ซึ่งเป็นราคารวม Tax รวม Harbor fee และรวม Lunch buffet salmon and prime rib meal แต่เราได้ส่วนลดจากคูปอง Alaska Toursaver เหลือคนละ $168 ซึ่งลดไปเยอะเลยทีเดียว (ใครสงสัยเรื่องคูปองนี้ เรามีเขียนไว้ใน EP1)
  • Duration: 7.5 hours (Boarding 9:30 AM, Leave 10:00 AM)
  • Shuttle bus: ที่นี่มีบริการรถ shuttle bus มารับ-ส่งระหว่างท่าเรือและ campsite หรือโรงแรมต่างๆ ใน Seward 
  • Reservation: https://majormarine.com/tour/7-5-hour-kenai-fjords-national-park-cruise/
  • Rating:  

เช้าวันต่อมา เราออกมาทานอาหารเช้ากันตั้งแต่ 8 โมงเช้าเพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของ จัดการกวาดอาหารในตู้เย็นออกมาให้หมด ทำความสะอาดรถเล็กน้อย วันนี้เราจะบินกลับ  Seattle กันละค่าาาา

 

เราใช้เวลาขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึง Anchorage โดยเรา…ไม่ว่าจะไปประเทศไหนก็ตาม มักจะแวะซื้อของที่ระลึกและขนมกันที่ Supermarket กันก่อน เพราะว่าถูกดี ที่นี่ก็ไม่ยกเว้นเช่นกันจ่ะ ว่าแล้ว เราก็ไปแวะ super กับ mall กันอีก 1-2 ชั่วโมงชิวๆ แวะทานอาหารกลางวันกันนิดหน่อยก่อนที่จะเอารถ RV ไปคืนที่ Great Alaska Holiday ค่ะ สำหรับขั้นตอนการคืนรถก็ไม่ได้มีอะไรยาก คือแวะเติมน้ำมันตามจุดที่เค้าให้เลือกเติมก่อนเข้าเมือง (ที่บริษัทจะให้ list ปั๊มน้ำมันในระยะ 5 ไมล์จากบริษัทไว้ตอนแรก) เก็บใบเสร็จที่เติมไว้ด้วย รวมถึงเติม LPG ให้อยู่ระดับเต็ม สำหรับ gray กับ black water นั้น เราไม่จำเป็นต้องเททิ้งก่อนคืนรถนะคะ เพราะได้รวมกับค่าทำความสะอาดไปแล้วค่ะ จากนั้นก็นำรถเข้าไปจอดในลานจอดที่รับรถครั้งแรก จัดการเอาของทุกสิ่งอย่างออกจากรถ เอากุญแจรถไปคืน จะมีพนักงานมาตรวจรถเหมือนกับการเช่ารถแบบธรรมดานั่นแหละค่ะ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทาง Great Alaska จะมีรถ shuttle bus มาส่งคุณที่สนามบินเสร็จสรรพ 

 

5:25PM เราเดินทางออกจากสนามบิน Ted Stevens Anchorage International Airport (ANC) มุ่งหน้าสู่ Seattle โดยสายการบิน Alaska airline เที่ยวบินที่ 920 เป็นการอำลาทริปท่องอลาสก้าด้วยรถ RV รวมเวลา 11 วันพอดี โดยเราจะเที่ยว Seattle กับ Portland ต่ออีก 4 วันก่อนบินกลับกรุงเทพค่ะ 

 

อาหมวย ออนเดอะโร้ด

 

สำหรับรายละเอียดการเช่ารถและขับรถ RV ขนาดใหญ่ เราขอนำมาเขียนแยกเป็นอีก topic ถัดไปนะคะ เพราะรายละเอียดและข้อระวังค่อนข้างเยอะ สำหรับ topic มหากาพย์อลาสก้า 5 EP นี้ ขอบคุณที่เพื่อนๆ ติดตามอ่านมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ ทริปหน้าค่ะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *