Asia

รวม 9 ร้านเด็ดสุดฟินใน KL

ไม่สนหรอกไดเอท สนแต่ร้านเด็ดอยู่ที่ไหน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว ontheroadstory ทุกคนค่าาา ออกตัวก่อนเลยว่า มา KL ครั้งนี้ไม่ค่อยได้เตรียมตัวอะไรมาก เพราะตั้งใจมาเปลี่ยนที่ทำงานที่นอนเฉยๆ แก้เบื่อ หลังจากอยู่มาอาทิตย์กว่าๆ เราค้นพบว่า ของกินที่นี่อร่อยแบบคาดไม่ถึง มีร้านอาหารเก่าแก่มากมาย แถมถูกปากคนไทยอย่างเราและคนจีนอย่างคุณชายแบบอีกด้วย วันนี้ เราก็เลยรวบรวมร้านอาหารเด็ดใน KL ที่ถ้าใครมา แนะนำให้แวะมาทานอย่างแรง ถ้าไม่อร่อย เราไม่แนะนำหรอกค่ะ 🙂

Madras Lane Yong Tau Foo

📍: https://goo.gl/maps/Ny74Xu3daopcBZ9o8

ร้านนี้เป็นร้านใน china town นะคะ ถือได้ว่า street food ร้านหนึ่งที่ poppular มว๊ากกกก มาทีไรต่อคิวทุกที (หาหลายครั้งเลยทีเดียว) ที่นี่ขายเมนูเดียวค่ะ คือ Yong Tau Fu หรือมันที่บ้านเราเรียกกันว่า เย็นตาโฟนั่นเอง จริงๆ แล้วเย็นตาโฟแบบดั้งเดิม ลักษณะมันคล้ายๆ กับโอเด้งของญี่ปุ่น คือเป็นลูกชิ้นหลากประเภท ส่วนมากจะสอดไส้เช่นหมูสับ ปลาสับ นอกจากนั้นยังมี ฮือก้วย แล้วก้อเต้าหู้ รสชาติน้ำซุปเหมือนก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส จิ้มกับซอสเต้าเจี้ยว อร่อยมากกกก ต่อคิวรอแค่ครึ่งชั่วโมง 5555 กินเสร็จภายใน 3 นาที ใครแวะมาแถวนี้ ไม่ต้องกลัวหาไม่เจอ สังเกตได้ง่ายมกาลเยค่ะ เพราะในบริเวณเวิ้งนี้ ร้านนี้ต่อคิวยาวสุด 🙂

Yung Kee Beef Noodles

📍: https://goo.gl/maps/ssB7ZEf2JKmrfmBW6

ถ้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเนื้อลายหินอ่อนที่เราเคยกินมา ร้านนี้ถือว่าเป็นต้นๆ ในใจ โอ๊ย~~~~ เนื้ออะไรจะนุ่มจะเปื่อยปานน้านนนนน ลายสวยมาก เค้าจะมีให้เลือกส่วนเนื้อที่อยากกินทั้ง Brisket ซึ่งเป็น best seller ของเค้า นอกจากนั้นยังมีเนื้อ kobe เนื้อ wagyu หรือเนื้อ US striploin ให้เลือกด้วย ส่วนน้ำซุปเนื้อนี่ไม่ต้องพูดถึง เข้มข้นรสชาติดี ร้านนี้เจ้าของเป็นลูกครึ่งฮ่องกงมาเลย์ แถมมีเมียเป็นคนไทยอีกค่าาาา นางเลยจัดเครื่องปรุงสำหรับคนไทยมาให้อีก คราวนี้แหละ น้ำปลา พริกป่น พริกน้ำส้มก้อมาจ้า ฟินสุดๆ มื้อนี้ 

ร้านนี้ตั้งอยู่ย่าน Pudu ซึ่งถือว่าเป็นย่าน hidden gem รวมของอร่อยใน KL จิงๆ ค่ะ เพราะนอกจากร้านนี้แล้ว เดินไปอีก block นึงก้อจะเจอร้านเป็นย่างเจ้าดัง รสชาตินี้ไม่แพ้ Four Season อ่ะเอาเจรง

Fatt Kee Roast Duck & Chicken Restaurant

📍: https://goo.gl/maps/6a9XzGe5r9rGtqwM8 

ใครที่เป็นสายข้าวหน้าเป็ดย่าง ร้านนี้ไม่ควรพลาด เพราะรสชาติเค้า original จริงๆ กินแล้วนึกว่าอยู่ฮ่องกง ร้านนี้ เค้าย่างเป็ดกันให้เห็นจะจะหน้าร้านเลยนะคะ แม้ว่าร้านเค้าจะเป็นร้านริมถนนดูซ่อมซ่อมาก (เถ้าแก่บอกร้านกำลังปรับปรุงอยู่ เลยต้องออกมาขายข้างถถน) แต่รสชาตินี่ Four Season อ่ะบอกเลย เพราะเป็ดเค้าทั้งหอม หนังกรอบ เนื้อนุ่ม juicy กำลังดี แม้แต่กระดูกรสชาติซึมเข้าไปเลย ดูดแม้กระทั่งกระดูกอ่ะ เอาเป็นว่าใครแวะมาแถว Pudu ก้อต้องเผื่อท้องกิน 2 ร้านเป็นอย่างต่ำอ่ะ 555

Sek Yuen Restaurant

📍: https://goo.gl/maps/L8cy8GjCCzvozSj97

ร้านอาหารจีนเก่าแก่สไตล์กวางตุ้ง เปิดให้บริการมาเกินครึ่งศตวรรษ ตั้งแต่ปี 1948 ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดใน KL ตัวร้านก้อเก่ามาก แนวนั่งกินเหลาในเยาวราช 5555

ร้านนี้ก้อเป็นสไตล์ร้านเหลาเมืองไทยนี่แหละ คนมากินส่วนใหญ่เป็นคนจีน อาแปะ อาอึ้ม อาม่า นั่งเต็มร้าน  ก้อร้านเค้าดังอ่ะ ลงหนังสือพิมพ์ออกทีวีนะเออ เมนูดังของเค้าจริงๆ คือห่านย่างและเป็ดย่าง แต่ต้องสั่งล่วงหน้า 2 วัน แต่เรามากินแบบกระทันหันก้อเลยหันไปหาเมนูแบบบ้านๆ แทน ซึ่งบอกเลยว่าอร่อยทุกอย่าง วันนี้เราสั่ง ซี่โครงนึ่งเต้าซี่ กุ้งผัดซอสซีอิ้ว ปลาผัดขิงต้นหอม และก้อเมนูเบสิกอย่างไข่ผัดมะเขือเทศ

ใครแวะมา KL ก้ออยากให้มาลองนะ อาการกินง่าย ถูกปากคนไทยสไตล์จีนกวางตุ้ง (กินแล้วอยากกลับซัวเถา) ราคาเป็นกันเอง เราสั่งกับข้าว 4 อย่าง ข้าว 2 ถ้วย เก็บตังค์ไม่ถึงพันบาท ตั้งอยู่ในกลางเมือง KL เลย มารถ rapidKL สะดวกมาก เพราะอยู่ติดสถานี

Wong Ah Wah Restaurant

📍: https://goo.gl/maps/oFxNqzo6XX1Jv2mC8 

อีกหนึ่ง street food ร้านดังย่าน Bukit Bintang เพื่อนๆ ที่เคยมา KL น่าจะคุ้นเคยกับถนนสาย Jalan Alor ที่เป็นถนนของกินสายยาวประมาณ 500 เมตร ซ้ายขวาเป็นร้านอาหารละลานตามาก ถือว่าเป็น must-visit place ที่หนึ่งเลยใน KL 

ร้าน Wong Ah Wah หรือที่คน local เรียกว่า w.a.w เป็นร้านอาหารจีน-มาเลย์ ตั้งอยู่สุดถนน Jalan Alor เลย ร้านร้านเดียวกินพื้นที่ 5 ห้องแถว เพื่อนที่มาเลย์เป็นคนแนะนำให้เรามาลองชิม รสชาติไม่ต้องให้เดา เพราะมันอร่อยมาก ของดังของเค้าคือปีกไก่ย่างที่หนังกรอบ เนื้อนุ่ม รสชาติกำลัง กินกะซอสพริกที่ให้มานี่ เข้ากันมากเว่อ และเมนูที่ขาดไม่ได้อีกหนึ่งก้อคือ ปลากระเบนย่างค่ะ

ร้านนี้คนเยอะมาก ถ้ามาเวลาพีค ช่วงทุ่มสองทุ่มนี่ มีสิทธิ์รอเป็นชั่วโมงนะจ๊ะ แนะนำว่ามาดึกๆ เรามาประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง รอประมาณครึ่งชั่วโมง ก้อถือว่าไม่เลวเลย เราสั่งกันทั้งหมด 6 อย่าง มีไก่ย่าง ปลาเบนย่าง หอยลายผัดกระเทียม ไก่สะเต๊ะ บ๊อกฉ่อยผักกระเทียม ซุปบ๊วยผักดองเต้าหู้  เก็บตังค์แค่ 126.4 RM หรือประมาณ 1 พันบาท ถือว่าถูกมาก อร่อย ฟิน จบ กลับบ้านนอนค่ะ!!

Low Yau Kee Porridge & Soong Kee Beef Noodles

📍: https://goo.gl/maps/yW5HoegbP4F6Pcx8A

ที่หนึ่งในใจของทริปนี้ เห็นจะเป็นสองร้านนี้ค่าทั่นผู้ชม ที่บอกว่า 2 ร้านนี้ เพราะมันมีความเป็นมาค่าทั่นผู้ชม แต่ก่อนร้านที่เป็นตึกแถวนี้คือร้าน Soong Kee ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แล้วร้าน Low Yau Kee เป็นร้านที่ขายโจ๊กหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออีกที ต่อมาเค้าทั้งสองคนก้อตกลงกันได้ว่า ลูกค้าร้านโจ๊ก ก็สามารถมานั่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อได้เหมือนกัน 

ถ้าถามเราว่า โจ๊กที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน เราไม่ลังเลเลยที่จะบอกว่า ร้านนี้เท่าน้าน~~~~ ร้านนี้ขายโจ๊กมากว่า 5 ทศวรรษ Ah Lee เจ้าของร้านโจ๊ก ได้รับสือต่อวิทยายุทรมาจาก Sifu หรือแปลเป็นไทยก้อคืออาจารย์ของเค้ามากกว่า 10 ปี โอ๊ย~~~ ต้มโจ๊กยังต้องมีการสืบทอดวิชาหยังกะวิชากำลังภายในยอกเขาบู๊ตึ้งอะไรอย่างงั้น~~ เมนูที่เราสั่งวันนี้คือคือโจ๊ะเปล่าทานพร้อมกับไก่นึ่ง ใช่ค่าทั่นผู้ชม โจ๊กเปล่าๆนี่แหละ แต่เป็นโจ๊กเปล่าที่อร่อยที่สุดในโลกเพราะมันไม่จืด แต่ออกเค็มหน่อยๆ เค้าคงปรุงรสใสแล้ว เดาว่าเค้าคงไม่ได้ใช้น้ำเปล่าต้มอ่ะ ไม่งั้นไม่ได้รสชาติงี้แน่ แล้ว texture คือแบบละเอียด กลืมลงคอแบบนุ่มมาก ทั้งร้านนี้ได้ยินเสียงซดโจ๊กโฮกๆ อ่ะ แล้วไก่นึงของเค้านี่แบบ มันทั้งนุ่ม ทั้งหอม ทั้ง juicy ถ้าใครเคยกินข้าวมันไก่เทียนเทียนที่สิงคโปร์นะ เราจะบอกว่าเหมือนกันเลย อร่อยมาก ก.ไก่ ล้านตัว ไม่คิดว่ามันจะเข้ากับโจ๊กได้ขนาดนี้ อร่อยจนแบบอีกวันนึงเราคิดอยากจะสั่ง grab ไปส่งที่โรงแรม แต่มันดันปิดวันอาทิตย์!!! 

สำหรับก๋วยเตี๋ยวเนื้อก้ออร่อยไม่แพ้กัน เพราะเนื้อเค้านุ่มสมชื่อ และทีเด็ดก็คือเส้นบะหมี่ หอม เหนียว อร่อย กินกับลูกชิ้นเนื้อนี่ต้องยกนิ้วให้อ่ะ

ร้านดังร้านนี้ตั้งอยู่ในย่าน Jalan Tun Hs.Lee ซึ่งถือเป็นย่านเก่าแก่ใน KL อารมณ์แบบแถวสะพานเหล็กไรงิ ตอนเราไปถึงนี่แบบต้องวิ่ง 100 เมตรเพื่อชิงโต๊ะสุดท้าย คนเยอะมากจนทางร้านต้องเอาโต๊ะมานั่งริมถนนกันเลยทีเดียว ใครแวะมา KL ไม่มาร้านนี้ถือว่าพลาดมาก!!!

Steam Era Seafood Restaurant

📍: https://goo.gl/maps/jXTRSRYiJL3GqvaX9 

Stream Era Seafood

ใครสายสุขภาพ เชิญร้านนี้ค่ะ เพราะร้านนี้เน้นอาหารนึ่งเป็นหลัก น้ำมันไปไกลๆ แต่ละโต๊ะจะมีหม้อนึ่งฝังอยู่ตรงกลาง วิธีการกินคือ ตอนแรกเค้าจะใส่ น้ำ ข้าวสวย และกระดูกหมูลงด้านล่างที่มีลักษณะเหมือนหม้อ ส่วนด้านบนครอบด้วยตะแกรง ซึ่งสามารถวางอาหารที่เราอยากนึงได้เลย โดยเมนูที่เค้าให้เลือก ก้อจะเป็นพวกอาหารซีฟูดทั้งหลายแหล่ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ล็อบเตอร์ หมู ไก่ ลูกชิ้น รวมถึงผักด้วย ทุกอย่างจะทยอยออกมา แล้วค่อยๆ นึ่งไปทีละจาน สำหรับน้ำจิ้มจะมี station น้ำจิ้มให้แต่ละคนเลือกสรร จะ DIY ท่าไหน รสชาติไหนตามแต่ใจชอบ ร้านนี้ราคาค่อนข้างแรง เพราะซีฟู้ดของเค้าเป็นของเป็น สดมากจริงๆ 

Gong Cha

ใครสายชาและชานมก็ไม่ควรพลาดเจ้านี้ค่ะ ร้านชานมสัญชาติไต้หวันนี้ มีสาขามากมายทั่วโลกทั้ง มาเลย์ สิงคโปร์ อเมริกา แคนาดา (เหมือนที่ไทยจะเคยมีที่ Central Rama 3 มั้ง แต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้วนะ) ใน KL เองก็มีหลายสาขานะคะ ลอง search google ได้ค่ะ ถ้าตามสถานที่เที่ยวเช่น KLCC หรือ Pavlion ก็มีค่ะ และแน่นอนว่าชาจะอร่อย ชาที่ใช้ก็ต้องคุณภาพดี ชนมาแล้วหอม รสชาติกลมกล่อม ที่ต้องท ก็แค่ยืนต่อคิวค่ะ ขายดีตลอด ไปกี่ทีก็ต่อคิวทุกครั้ง

The Drawing Room, St Regis Hotel Kuala Lumpur

📍: https://goo.gl/maps/SFLePRe4aH9x7naB8 

กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ ใช่มั้ยคะทุกคน เพราะงั้น รายการสุดท้ายที่เราเอามานำเสนอวันนี้คือ Afternoon tea ที่ The Drawing Room ณ โรงแรม St Regis Kuala Lumpur ค่ะ ขึ้นชื่อว่า St Regis แล้วเนี่ยะ Afternoon tea set ขอเฃงเค้าไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ เพราะเค้ามีทั้งคาวหวานจัดเต็ม และที่สำคัญคือมันเป็นแบบ all-you-can-eat ค่ะ เติมได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่คุณทานไหว ซึ่งเค้าจะแบ่งเป็นรอบๆ นะคะ รอบบ่ายสอง และรอบสี่โมง 

สำหรับเมนูในเซตของเค้า ก็จัดมาแบบแน่นๆ เลยค่ะ เริ่มตั้งแต่ Tea Selection ที่มีให้เลือกทั้งแบบ basic และแบบ advance รวมถึง exclusive house blend ของ St. Regis เองก็มีให้เลือกแบบจุๆ ส่วนของคาวก็มาให้ 5 อย่าง ทั้ง Egg Traffle Mayo Sandwiches, Beetroot cured Salmon, Foie Gra Mousse ก็มา Tomato Cuztard whipped ด้วย Burrata และที่เราชอบสุดเห็นจะเป็น Confit Duck Croquette with Morello Cherry Gel อันนี้สุดติ่งมาก  

ต่อมาเป็น tower ของหวาน เริ่มจากชั้นล่างก็เป็น Plain Scone และ Rasin Scone ซึ่งกลิ่น รสชาติ และ texture คือแบบ rich มาก นมเป็นนม เนยเป็นเนยอ่ะ ต่อด้วยชั้นสองมี 3 เมนู ก็จะเริ่มหวานขึ้นมาหน่อย อันได้แก่ pistachio moose ตัดด้วย sour cherry jam แปะหน้าด้วย white chocolate, Strewberry Victoria Sponge, และ white chocolate & Banana Caramel ส่วนชั้นบนสุดจะเป็น Lemon & White Chocolate ซึ่งอันนี้เราว่าหวานไปสำหรับเรานะ แต่ก็แน่หล่ะเพราะมันเป็นเมนูปิดท้าย 

ราคาสุทธิ 158 MYR (~1,300 บาท) ต่อคน หรือ 268 MYR (~2,200 บาท) ต่อคนแบบรวม a glass of Delamotte Champagne 

เอาเป็นหอมปากหอมคอเท่านี้ละกันนะคะ สำหรับทริปนี้ อย่างที่บอกคือไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน วนอยู่แต่กบัที่กินนี่แหละค่ะ ใครมีแพลนจะไปมาเลย์ก็สามารถไปเยือนตาม checklist นี้ได้นะคะ วันนี้ไปก่อนค่าาา แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า ไม่นานเกินรอ กริกริ