Sunny side up in Shirakawago!

Sunny side up in Shirakawago!

เมื่อพูดถึง Shirakawago ปุ๊บ ภาพทุ่งนาแซมบ้านสามเหลี่ยม (Gassho Zukuri) ก็ปรากฎในหัวปั๊บ เมืองนี้เรามั่นใจว่าใครหลายๆ คน คงเคยไปเที่ยวกันแล้วแน่นอน ด้วยความที่มันเป็นเมืองมีเอกลักษณ์โดดเด่น และได้รับการยกย่องเป็นถึงหนึ่งในเมืองมรดกโลก UNESCO World Heritage ตั้งแต่ปี 1995 ทำให้เมืองเล็กๆ บ้านนอกๆ แบบนี้มีชื่อเสียงขึ้นมา 

Shirakawago แห่งนี้ จะว่าไปสามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล มาหน้าหนาว ก็คงหนีไม่พ้นเทศกาล Shirakawago light up หรือ เทศกาลแสดงไฟหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลน ซึ่งเทศกาลนี้ในหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว หรือถ้าเป็นฤดูใบไม้ร่วง ก็คงไม่พ้นไปชมใบไม้เปลี่ยนสี และถือว่าเป็นฤดูที่ popular มากที่สุด เพราะ Shirakawago ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับดูใบไม้เปลี่ยนสีของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว หรือถ้าจะมาช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่ก็มีซากุระให้ชมกันไปเพลินๆ ตัดกับฉากหลังที่เป็นบ้านสไตล์ Gussho สามเหลี่ยมๆ แต่วันนี้เราจะเพื่อนๆ มาชมเมืองมรดกโลกในหน้าร้อนกันค่ะ จะเป็นยังไง ไปกันเล้ย~~~~

Summer in Shirakawa-go (June to August)

ฤดูร้อนที่ shirakawago แห่งนี้ จะว่าไปก็เป็นหน้าที่เหมาะกับการมาเยี่ยมเยื่อน แม้ว่าบางครั้ง เราอาจจะต้องเดินเที่ยวไป เหงือไหลไคลย้อยไปบ้างตอนเที่ยงๆ แต่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 19-23 °C ก็ไม่ได้ถือว่าลำบากชีวิต เปรียบเทียบกับกรุงเทพ! อีกทั้งบรรกาศที่แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดลงมากระทบกับทุ่งนาเขียวขจี แซมด้วยบ้านสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้แบบนี้ ก็ทำให้เราสตันท์ไปชั่วขณะเหมือนกัน ข้อดีอีกอย่างคือ ปริมาณนักท่องเที่ยวยังน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับหน้าใบไม้ร่วงที่เวลายื่นถ่ายรูปก็ต้องเบียดเสียดยัดเยียดกันถ่าย ทั้งทัวร์ไทยทัวร์จีน นอกจากนั้น คุณจะเห็นทุ่งดอกไม้หลากสี ทั้งเหลือง ทั้งม่วง แซมอยู่ตามหมู่บ้านเป็นระยะๆ อดไม่ได้ที่เดินเที่ยวไปก็ต้องฟังเพลง Summer Parade ของ Depapepe ไปพลาง ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะท่านผู้โชมมมม 

How to get there

Shirakawago สามารถไปได้จากหลายทางทั้งเหนือใต้ออกตก สำหรับเรา เราเช่ารถขับจากเมือง Kanazawa โดยเช่าแบบ 12 ชั่วโมงหรือไม่ถึง 1 วัน (24 ชั่วโมง) ค่าเช่าถูกมว๊ากกก ก.ไก่ ล้านตัว สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,800 Yen (ไม่รวมน้ำมันและค่าทางด่วน) เป็นรถขนาดเล็กกระทัดรัด แต่เนื่องจากเราไม่ได้มีสัมภาระอะไร นั่งสองคนก็สบายๆ โดยเราเริ่มเที่ยวจากหมู่บ้าน Suganuma ต่อไปยังหมู่บ้าน Ainokura และปิดท้ายที่หมู่บ้าน Ogimachi ซึ่งเราไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี่

คุณชายและแม่บ้าน on the road
Our route

เส้นทางระหว่าง Kanazawa กับ shirakawago จะมีบางช่วงเป็นทางด่วนซึ่งจะต้องเสียเงินเพิ่ม ค่าทางด่วนก็แอบแพงอยู่เหมือนกัน 

บัตรทางด่วน

นอกจากนั้น ถ้าใครไม่ถนัดขับรถเอง สามารถนั่งรถเมล์ได้จากเมืองหลักๆ อย่าง Kanazawa, Nagoya, Toyama และอื่นๆ ดู option เดินทางต่างๆ ได้จากที่นี่

Suganuma Village (菅沼合掌造り集落) x Gokayama Village (五箇山合掌の里)

Suganuma Village
Yeah! This feels like summer indeed!

 

หมู่บ้านสองหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ติดกัน อยู่เหนือ shirakawago มาประมาณ 10 กิโลเมตร เราขับรถจาก Kanazawa ซึ่งอยู่ทางเหนือลงใต้มา จึงถึงสองหมู่บ้านนี้ก่อน เราจอดรถกันที่ parking lot ที่เค้าจัดไว้ให้ โดยจอดทีเดียว เดินเที่ยวได้ทั้ง 2 หมู่บ้านเลย จากที่จอดรถจะมีลิฟท์ลงไปยังหมู่บ้านข้างล่าง เป็นอุโมงค์ ถ้าเดินซ้ายก็ไปยัง Gokayama  Village ที่นี่มี Ensho-no-Yakata Museum (塩硝の館) ที่เป็นพิพิธภัณท์เล็กๆ แสดงการทำดินปืน ถ้าเลี้ยวขวาจากอุโมงค์ก็เป็น Suganuma Village ที่นี่ตอนมาถึงเป็น ข้าวกำลังแตกรวงพอดี แถมทุ่งดอกไม้อะไรไม่รู้สีเหลืองๆ กำลังบานพอดี สวยมาก  

 

Guide map
ข้าวกำลังออกรวง สวยมากก

เมื่อพูดถึงหน้าร้อน ก็ต้องนึกถึงหมี่เย็นกันใช่มั้ยคะ ที่ Suganuma Village แห่งนี้ มีร้านโซบะเย็นอยู่ร้านนึง เรานั่งกินโซบะเย็นกะน้ำแข็งใสไป ชมทุ่งนาข้าวแตกรวงไป ฟังเสียงจั๊กจั่นไป ชิวมากขอบอก

Cold Noodle

Ainokura Village (相倉合掌造り集落)

Ainokura Village

จากหมู่บ้าน Suganuma  เราขับรถต่อไป ยังหมู่บ้าน Ainokura ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ที่นี่ มีบ้าน Gassho-zukuri อยู่ประมาณ 23 หลัง มีประชากรประมาณ 60 คนที่ยังคงอาศัยทำกินใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้ บางส่วนก็เปิดเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ หรือว่าร้านสอนพับกระดาษอะไรก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย ช่วงที่เราถึงที่นี่คือเที่ยงพอดี อากาศร้อนมว๊ากกก เดินขึ้นเขาไปถ่ายรูปนี่จั๊กแร้เปียก คุณชายถึงกับโอดคราญ แล้วบอก “ขอรอในรถได้มั้ย ที่ร๊ากก…”

แต่ภาพที่ได้ออกมาก็ประทับใจคุณแม่บ้านมาก จริงๆ แล้วที่หมู่บ้านนี้ มีจุดชมวิวหลายแห่งเลย แต่ต้องเหนื่อยเดินหน่อย เราเดินไปไม่กี่แห่งก็ขอบาย เข้าร้านหลบแดดดีกว่า จะเป็นลม ร้อนมาก

Ainokura Village

หมู่บ้านนี้จะแปลกกว่าหมู่บ้านคนอื่นหน่อย ตรงที่มีการทำนาแบบขั้นบันไดด้วย แต่เป็นแบบขั้นเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก

I just had wild bear meat!! – Takachiyo Restaurant

เราแวะทานข้าวกลางวันกันที่ร้านๆ หนึ่ง อยู่ระหว่าง Gokayama กับ Ainokura แอบหามาจาก internet เป็นร้านเนื้อหมี เจ้าของร้านทำอาชีพล่าหมี ซึ่งเมนูเค้าก้อมีทั้ง เนื้อสด เนื้อเปื่อย ชิ้นสด … ไม่ใช่ละ แต่ก็ใกล้เคียง คือมีแบบ raw meat จำพวก “Wild Bear Sashimi” หรือจะเป็นแบบหม้อไฟ “Wild Bear Hot Pot” เราลองแบบประภทชาบูๆ ก็อร่อยดี เหนียวนิดๆ แต่ไม่มีกลิ่น สำหรับคนที่ไม่กล้า เมนูอื่นๆ พวกไก่หมูก้อมีให้เลือกนะคะ อ้อ ที่นี่มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ไม่ต้องห่วงอ่านไม่ออกเด้อ

ภายในร้าน Takachiyo
สุกี้เนื้อหมี

พิกัดความอร่อย: https://goo.gl/maps/ZSu6VBrnp46RycsdA

Ogimachi Village (荻町)

หลังจากท้องอิ่ม เราก้อขับตรงยาวๆ ไปยังหมู่บ้านสุดท้าย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ดังที่สุด (และแน่นอนว่า คนเยอะที่สุดเช่นกัน) ที่นี่มีลานจอดรถหลายแห่ง ตอนที่เราขับไปถึง หลายลานก็เต็มเลย เราจึงไปจอดที่ parking lot ข้างแม่น้ำ ซึ่งค่อนข้างกว้าง เดินไม่ไกลจากตัวหมู่บ้านนัก ถนนกลางหมู่บ้านคือถนน Shirakawa Kaido Street (白川街道) มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านชา ร้านไอศครีม ร้านของที่ระลึกมากมาย คนเดินกันขวักไขว่ วุ่นวายมากจุดนี้ 

Ogimachi Village
วัดที่อยู่ในหมู่บ้าน

อยู่ฝั่งหมู่บ้านไปพักใหญ่ๆ แย่งกันถ่ายรูปไปมาอยู่พักนึง เราก็ข้ามสะพานแขวน ไปยังหมู่บ้านจำลอง Gassho-zukuri Minkaen (白川郷合掌造り民家園) ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ เป็นที่จอดรถทัวร์ ที่หมู่บ้านจำลองนี่ คนน้อยกว่าเยอะ สงสัยเพราะต้องเสียตังค์พิเศษเข้าไป คนเลยไม่ค่อยเยอะมาก 

สะพานแขวนข้าม Sho river
ทางเข้า Gassho-zukuri Minkaen

 

Gassho-zukuri Minkaen (白川郷合掌造り民家園)

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเก็บรักษาและจัดแสดงอาคารแบบ Gussho ทั้งหมด 26 หลัง  โดยที่มี 9 หลัง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดกิฟุ จะมีตั้งแต่ โรงสี ศาลเจ้า รวมไปถึงพวกห้องโถงหลักของวัด ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ในสภาพดั้งเดิม ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าคนละ 600 เยน คนก็จะน้อยหน่อย (อย่างน้อย รู้สึกว่าทัวร์ส่วนใหญ่จะไม่ได้เข้ามา) เราก็เลยเดินเล่น ถ่ายรูปสบายๆ แบบโล่งๆ ไม่เบียดเสียกะใคร พร้อมกับดื่มด่ำวัฒนธรรมของญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโดยรอบ

ด้านในยังมีส่วนที่ให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของหมู่บ้าน Shirakawa พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านอาหารโซบะทำมือร้านค้า และพื้นที่พักผ่อน

ภายใน Gassho-zukuri Minkaen
ภายในหมู่บ้านจำลอง Gassho-zukuri Minkaen

พูดถึงของดังในจังหวัด Gifu แล้ว นอกจากคนจะพูดถึง Shirakawago ที่เป็นหมู่บ้านมรดกโลกแห่งนี้ อีกอย่างที่เห็นจะไม่พูดถึงเป็นไม่ได้ คือ Hida Beef ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดที่มาจากวัวที่เลี้ยงในจังหวัดกิฟุ เนื้อฮิดะแต่ละชิ้นจะมีการ ตรวจสอบและได้รับการรับรอง พร้อมกับให้คะแนนเป็นเกรด A หรือ B อีกด้วย ที่นีมีหลายร้านให้คุณได้ลิ้มลอง ตั้งแต่ fine dining จนถึงเสียบไม้ย่างข้างถนน เราลองซื้อแบบเสียบไม้นี่แหละ เอามาคนละไม้ นั่งรอย่างริมตะหลิ่ง เคล้ากลิ่นเนื้อย่าง โอ้วววว ฟิน รอไม่นาน เนื้อย่างฮิดะก้อมา กินไปคำแรกเท่านั้นแหละ … ตะโกนบอกลุงอย่างด่วน

もう いっぽん おねがいします~~~~ (ลุง เอามาอีกไม้) 

คือแบบ ฟินมากก ก ไก่ ล้านตัว ~~ อร่อยแบบไม่ต้องใส่อะไรเลย ละลายในปาก

Tenshukaku Observatory (天守閣展望台)

ดื่มด่ำกะวากิวเสียบไม้ไปแล้ว ก็เป็นเวลา twilight พอดี เราขับรถออกจากที่จอดเพื่อไปยังจุดชมวิวเลื่องชื่อ ที่ใครไป shirakawago แล้วต้องมา นั่นคือชุดชมวิว Tenshukaku อย่างที่เราบอก ถ้ามาหน้าหนาว  ยิ่งเป็นเทศกาล light up แล้ว จะต้องมีการจองก่อน เพราะคนเยอะมาก แต่มาหน้าร้อน คนไม่เยอะอย่างทีคิด 

Shirakawago

เวลาที่เรายืนอยู่จุดนี้ เห็นแสงสีทองสาดลงมากระทบกับทุ่งนาเบื้องล่าง หูก้อสดับฟังเสียงจิ้งหรีดยามเย็น พร้อมกลิ่นดอกหญ้าที่ตลบอบอบอวลไปทั่วบรรยายกาศโดยรอบ สูดอากาศบริสุทธิ์ไร้ PM 2.5 หลับตานิ่งๆ ก็ทำให้พลังชีวิตเรา เพิ่มพูนขึ้นมาอีกครั้ง…

หน้าร้อนที่นี่… ไม่เลวเลยทีเดียว

 

จาก Shirakawago เราก้อขับกลับ Kanazawa กันยาวๆ ใช้เวลาไม่นานก็ถึง เป็นอันปิด one day trip to Shirakawago ของเราแต่เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ คนไหนจะลองไปเที่ยวที่นี่หน้าร้อนแบบเรา ก็ไม่เลวนะคะ 

 

แล้วพบกันใหม่…

Gussho souvenir

สะใภ้จีนที่รักการท่องเที่ยวและการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าไม่ได้ทำงาน ซึ่งจริงๆแล้ว “ผิดถนัดค่ะ” ยังทำงานประจำอยู่นะคะ เป็นสาววิศวะไอที มีการงานทำค่ะ ประเทศที่ไปแล้วชอบมากเป็นอันดับหนึ่งคือ Iceland ส่วนประเทศที่ไปแล้วไปอีกเพราะสนุกดีคือ อินเดีย ประเทศที่ยังไม่ได้ไปแต่อยากไปมว๊ากกก คือ เคนย่า (หาเพื่อนไปยากมาก T.T) ใครเป็นสายท่องเที่ยว เชิญมาเมาท์มอยหอยสังข์กันได้นะคะ เป็นคนพูดไม่เก่ง แต่จริงใจค่ะ 🙂 กริรกริ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *