ปกติเราไม่ค่อยได้รีวิวสายการบินเท่าไหร่ แต่มาเที่ยวยุโรปครั้งนี้ ไม่พูดถึงซะหน่อยคงจะไม่ได้ เพราะเที่ยวบินที่เราเลือกคราวนี้ มันควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นหนึ่งในสายการบินที่ดีที่สุดจริมๆ

เริ่มต้นจากก่อนจะบินก่อน เนื่องจากจุดหมายปลายทางเราเป็น Paris ดังนั้นเราบินจากไทยไป จึงต้องทำการ transit ที่สิงค์โปร์ ซึ่งที่สนามบิน Changi ก็มี protocol สำหรับการ transit ในช่วง COVID แตกต่างกันไปตามประเทศที่คุณบินมาโดยแบ่งเป็น category I, II, III, IV ตามที่เรารู้ๆ กันนั้นแหละ ซึ่งเราบินจากประเทศไทย ตามข้อมูล ณ วันที่เราเดินทางคือวันที่ 10 Jan 2022 ประเทศไทยจัดอยู่ใน category II ซึ่ง require PCR Test หรือ Antigen Test administered by Professional ก่อนบิน 48 ชั่วโมงก็สามารถ transit ได้และสามารถเข้าไปส่วน shopping duty free และ Lounge ได้เช่นกัน สำหรับเพื่อนๆ ที่จะมีแพลนบินและ transit ที่ Changi airport แนะนำให้ศึกษาข้อมูลที่ update จากเวบ https://www.changiairport.com/en/airport-guide/Covid-19/transiting-through-airport.html#general ก่อนนะคะ

Ref: www.Changiairport.com

มารีวิวที่ขาแรกก่อน ขา BKK – SIN เป็น A350 ซึ่งเป็นรุ่นค่อนข้างใหม่ จะเห็นว่าที่นั่งสำหรับ biz class นี่คือกว้างมว๊ากกก แทบจะเกือบเท่าหรือกว้างกว่า first class การบินไทยบางรุ่นเลย จริงๆ ดูจาก configuration 1-2-1 ก้อน่าจะเดาได้ว่ากว้างจริง แทบจะนั่ง 2 คนในเก้าอี้เดียวได้ค่ะคูณ~~~ แถมรุ่นนี้เค้าเอา overhead compartment ตรงกลางออก เลยทำให้ดูกว้างเข้าไปใหญ่ นอกจากนี้ seatbelt ของเค้ายังเสริม option airbag อีกด้วย เครื่องรุ่นใหม่ๆ ถึงจะมีนะ แต่ก้อคงไม่ได้ใช้หรอก 555

อันนี้แทบจะนั่งได้สองคนในเก้าอี้เดียว

ขานี้เสริฟเป็น lunch หนึ่งมื้อ ซึ่งเราสามารถเลือก meal ก่อนขึ้นเครื่องมาก่อนได้จาก app Singapore airlines ค่ะถ้าใครไม่อยากเลือกก้อมาเลือกบนเครื่องได้ แต่ก็อาจมีโอกาสที่เมนูที่อยากกินจะหมดก่อน

Salmon steak

อุปกรณ์เช่นหูฟัง (เป็นแบบ noice cancellation ด้วยน้า) ที่ให้มาก็จะเน้นเรื่องการ sanitized ตามเทรนนะคะ

Amenity ที่ได้มาเป็นแบรนด์ Penhaligon’s กลิ่นออกมะนาวๆ หอมสดชื่นใช้ได้ นอกจากนั้นก้อจะมี care kit ใส่พวกเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ tissue ไรงี้ไว้ให้ส่วนตัว

Amenity bag and care kit
ถุง amenity น่ารักมาก แต่ของที่ให้มาก็อย่างที่เห็น ไม่ได้เว่อวังอะไรมาก

สำหรับ storage นั้นให้มาอย่างเหลือเฟือ มีการติดตั้งช่องกระจกให้ส่องสภาพตื่นนอนจะได้ไม่ทำให้ใครๆ ตกใจ รวมถึง power socket และช่องเสียบ USB ที่ให้มาอย่างเหลือเฟือ หน้าจอก็ค่อนข้างใหญ่ดูหนังก็สะใจดี

My seat

ส่วนขายาว SIN – CDG เป็น B777 ซึ่งเป็น configuration เดียวกัน 1-2-1 กว้างเหมือนนั่ง first class เช่นกัน แต่ขานี้เราเลือกที่นั่งพิเศษที่ถือว่าเป็น bulkhead seat ซึ่งเป็นที่นั่งที่อยู่หน้าสุดของ section ความพิเศษของมันอยู่ที่บริเวณที่วางขาจะกว้างเท่ากับที่นั่งเลยคุณจะได้ที่ยืดขาทั้งแผง แทนที่จะเป็นรูเสียบเข้าไปแคบๆ พอเราปูเป็นเตียงนี่แบบ กลิ้งซ้าย กลิ้งขวาสบายๆ จุดนี้คือฟิน~~~~ นอนเต็มตื่น หลับเต็มผืน ต้องเตียงนอน bulkhead จร้า 5555 ถ้าใครเลือกทันก้อแนะนำเลือก seat นี้น้า นอกจากนั้น หมอนอิงของเค้าคือใหญ่มาก ใครชอบนอนแบบมีหมอนข้างนี่ ใช้เป็นหมอนก่ายได้เลยค่ะ

ที่วางขากว้างมากกกกก
Overhead compartment ไม่มีแล้วดูกว้างขึ้นเยอะเลย

ต่อมาที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ รสชาติอาหาร ที่อร่อยถูกปากคนไทยและคนจีนอย่างเรามาก ขายาว SIN – CDG มีอาหารให้ 2 มื้อค่ะเป็น dinner กะ breakfast สำหรับมื้อ dinner เราสั่ง book the cook ซึ่งเป็นเมนูที่เราสั่งให้ chef เตรียมไว้ล่วงหน้าได้ เราสองคนสั่งเป็น Lobster Thermidor ก้ออร่อยเช่นกัน

ออเดิร์ฟเป็นสลัดกุ้งเบาๆ มาพร้อมกับ bread selection
Lobster Thermidor

มื้อเช้าก้ออร่อยมาก เราสั่งโจ๊กปลา ส่วนคุณชายจัดก๋วยเตี๋ยว ซึ่งก๋วยเตี๋ยวน้ำของคุณชาย นางบอกกินแล้วอึ้งขนาด ~~~~~ 

ออเดิร์ฟเป็นผลไม้พร้อมกับ bread selection
โจ๊กปลาข้าวกล้อง
ก๋วยเตี๋ยวของคุณชาย ทรงเครื่องมากค่ะ

โอ้ แอบกระซิบว่า ในช่วง Covid นี้ เค้าไม่มี menu กระดาษให้นะคะ ต้องดูจาก app หรือไม่ก้อถาม cabin crew ค่ะ และนอกจากนี้ มาคราวนี้คุณชายแอบ request หมีน้อยสองตัวไว้ล่วงหน้า ทาง airline ก้อใจดีเตรียมไว้ให้เราด้วย น่ารักเมิ้ก 🥰 มอนอมีเพื่อนละครับโพ้มมม

หมีน้อย Singapore Airlines น่ารักมว๊ากกก

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ก้อคือ SilverKris Lounge ที่สนามบิน Changi ถามว่าใหญ่มั้ย ใหญ่มาก แต่คนก้อเยอะมากเช่นกันโดยเฉพาะ flight ออกตอนกลางคืน แต่อาหารและ counter bar มีอย่างพอเพียงมาก สำหรับเมนูที่จะสั่งก้อสามารถ scan QR code บนโต๊ะเพื่อดู menu และสั่งได้เลยค่ะ ห้องอาบน้ำก้อค่อนข้างใหญ่ อุปกรณ์ครบถ้วน อาบมาแล้ว 5555 

สำหรับที่นั่งมีเหลือเฟือ แต่ไม่มีที่นอนนะคะ
Counter นี้คือต้องสั่งจาก QR code ที่สแกนบนโต๊ะ เมนูก้อจะหลากหลายเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
อันนี้เป็นเมนูประเภทเดินไปสั่งที่ counter เลย ก็จะมีโจ๊ก ติ่มซำ laksa และซุปเห็ด

สรุปคือ ดีมากพระรามแปด ไม่มีที่ติจริงๆ ยิ่งเป็นนั่งขายาวนอนไปแล้วนี่ ฟิน! ใครอยากได้ตั๋ว C Class ราคาดีๆ ก้อติดตามโปรที่ทางสายการบินออกมาเรื่อยๆ นะคะ