Review – The Pier Lounge by Cathay Pacific at Hong Kong

Review – The Pier Lounge by Cathay Pacific at Hong Kong

สวัสดีทุกโคนนนน วันนี้แม่บ้าน มาทำตัวเป็นสัมภาระของคุณชายไปทำงานที่ไห่หนานจ่ะ ไปคราวนี้เราขอย้ายค่ายจาก Star Alliance ไป One World แปร๊บเพราะคราวนี้เราไปกับสายการบิน Cathay Pacific เที่ยวบิน Airbus A350 มุ่งสู่ฮ่องกงก่อน จากนั้นค่อยไปเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปไห่หนางหงโข่วต่อ ที่เราไม่เลือกบินกับ Hainan Airline ทั้งๆ ที่บินตรง เพราะเราตั้งใจแวะกินช้อปที่ฮ่องกงขากลับนิดหน่อย ? 

ก่อนถึงฮ่องกง ขอรีวิว Business Class A350 เบาๆ ไปก่อน Seat Configuration ของ A350 เป็นแบบ reverse herringbone configuration 1-2-1 เราได้ที่นั่งติดหน้าต่างทั้งสองคน เบาะนั่งสามารถปรับแอนนอนได้ 180 องศา ที่ใส่ของเยอะมาก มีที่ใส่รองเท้าด้วย คือนั่งสบายยืดขาได้ไม่สุดจริงๆ ฟิน! ?

ที่เห็นทำหน้าเครียดๆ นี่ทำงานหรือคุยกะกิ๊ก?!? ? … จะเห็นว่ามีแผงควบคุมอยู่ติดกะที่นั่ง ซึ่งประกอบไปด้วย ไฟอ่านหนังสือ ปุ่มปรับเก้าอี้ และรีโมทคอนโทล คือรีโมทเค้าดีมาก เป็น touch screen สามารถดูหนังจากรีโมทได้ด้วย กรณีที่แบบอยากนอนตะแคงดูไรงิ

ใกล้ๆ มีช่องเก็บหูฟังอยู่ เป็นแบบ Noise Cancelling ด้วยนะเธอว์ ? มี slot USB และ power outlet ให้ชาร์ตมือถืออยู่ข้างในด้วย

ส่วนตรงฝา อันนี้ดีอ่ะคือเป็นกระจกส่องหน้า แต่งหน้าบนเครื่องสะดวกมาก ??

Touchscreen ขนาดใหญ่แบบ HD นี่เทียบได้กับ screen ธรรมดา 2 เท่า ทั้งยังสามารถหุบปิดได้เมื่อไม่ต้องการ หรือต้องการทำให้พื้นที่ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ส่วนเรื่องอาหาร อันนี้เราเฉยๆ นะ ออกไปทางไม่ค่อยอร่อยทั้งไปและกลับ ? มัวแต่ดูหนังด้วยแหละ 5555 ไม่ค่อยได้กิน โดยรวม เครื่องใหม่มาก! บริการดี นั่งแปร๊บๆ หนังจบก้อถึงพอดี ?

 

The Pier Lounge By Cathay Pacific

คนที่ไปฮ่องกงบ่อยๆ จะพบว่าที่สนามบินฮ่องกง (HKG) มี Lounge ที่เป็นของสายการบิน Cathay Pacific มากมาย ทั้ง The Bridge, The Wing, และ The Pier ซึ่งถือเป็น Flagship Lounge ของ Cathay Pacific เลยทีเดียว มีหลายคนเอาไปเปรียบเทียบกับ Turkish Airlines’ business class lounge ที่ Istanbul airport ซึ่งเอาจริงๆ เราชอบที่นี่มากกว่า ที่สำคัญ The Pier เพิ่งถูก Renovate ไปหมาดๆ เมื่อกลางปีที่แล้ว จะไฉไล กิ๊บเก๋ ยูเรก้ามากแค่ไหน ไปดูกัน! ☝

The Pier Business Class Lounge (ซึ่งจะแยกกับ First Class Lounge) ตั้งอยู่ใกล้ๆ Gate 65 ซึ่งห่างจาก The Bridge ประมาณ 10 นาทีเดิน ? จุดเด่นของ Lounge ที่นี่ เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือน Lounge ที่อื่นตรงที่ เค้าแบ่งโซนกันชัดเจน มีทั้งหมด 5 โซน เรียงกันเป็นแนวยาว แต่ละ zone จะมี food counter bar / Theme การตกแต่งและการจัดวางที่นั่งเป็นของตัวเอง ที่นี่มี locker กระเป๋า provide ให้ด้วยในกรณีที่คุณมาคนเดียวแล้วไม่อยากทิ้งกระเป๋าไว้แบบไม่มีคนดูให้ จุดเด่นหลักๆ ที่เราเห็นจาก Lounge นี้ คือที่นั่งมีหลายแบบให้เลือกมากๆ คือจะนั่งเป็นโต๊ะ เป็นบาร์ โซฟาเบด หรือแม้แต่กระทั่งที่นอน

Zone: Food Hall

ผ่าน Reception มาทางซ้ายมือ คุณจะเจอกับโซนแรก โซนนี้จะเป็นอาหารทั่วไป เน้นอาหารฝรั่งเป็นหลัก พวก eggs, hash browns, baked beans, sausage, muesli, pastries ประมาณนี้ ถ้ามาตอนเช้า ก้อคงเป็น breakfast ที่ดี แน่นอนว่า zone นี้เราผ่าน ?

Zone: Bar

โซนนี้เอาใจนักดื่ม ??? มีบาร์ดริ้งค์สวยๆ บรรยากาศน่านั่ง มีทุกอย่างให้คุณเลือกสรรค์ แต่เนื่องจากเราไม่ใช่คอดื่ม เลยไม่ขอรีวิวโซนนี้ ?

Zone: Noodle Bar

โซนนี้ปลื้มมากค่ะ เป็นโซนอาหารเอเชียเน้นไปทางจีน ตกแต่งแนวมูจิๆ มาก มีทั้งแบบเป็น Noodle Bar จริงๆ และแบบโต๊ะนั่งทานเหมือนแบบในร้านอาหาร

โต๊ะนั่งทานอาหารก้อไม่ใช่แนนวแบบโซฟาสวยๆ กินลำบากๆ นะ คือเน้นแบบกินจริงจังค่ะจุดๆ เน้ เข้าไปนี่บรรยากาศร้านราเมนมาก

อาหารมีให้เลือกทั้งแบบ self served ซึ่งมีทั้งติ่มซ้ำ กับข้าว ข้าวผัด โจ๊ก รวมถึงแบบ made to order ที่ noodle bar ? ที่เค้าจะมีเมนูให้เลือกสั่งไม่ซ้ำกัน เปลี่ยนไปทุกวัน โดยคุณามารถเดินไปสั่งที่ counter ได้ พนักงานจะให้บัตรคิวอิเลคโทรนิคมา เวลาได้คิว อีเครื่องนี่ก้อจะดังและสั่น ให้คุณเดินไปรับอาหารที่ counter ที่คุณสั่ง

ที่เราสั่ง made to order มา ก้อมี ติ่มซำ ก๋วยเตี๋ยว และ ซุปรังนกสาลี่ เออ อันนี้มันดีจิงๆค่าทุกโคนนนนน ?

Zone : Teahouse

ของคาวเสร็จก้อต้องต่อด้วยของหวานจิงม๊ะ โซนถัดมาจะเป็นห้องดื่มชา ? ที่มาพร้อมขนมหวานให้เลือก 4-5 อย่าง ห้องตกแต่งแบบร้านกาแฟกิ๊บเก๋น่านั่งมาก โทนสีน้ำตาลไม้ ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นๆ หน่อยๆ

ที่นี่มีชาให้เลือกเยอะมาก เวลาสั่งก้อเดินไปที่เค้าเตอร์ เลือกชา แล้วเค้าจะเตรียมเซตชาให้เรามาเป็นถาด จากนั้นก้อเลือกขนมที่กินกับชา  ขนมที่จัดไว้ให้เลือกมีทั้ง western dessert และ asian desset ที่เราเลือกมาเป็น Apple crumble และวุ้นมะพร้าว ?

Zone : Shower

กินข้าวเสร็ก้อต่อด้วยการอาบน้ำสินะ ฮาาาา นี่คงจะเหมาะกับคนที่ต้อง transit ที่นี่เป็นเวลานาน ซึ่งจะมี counter ที่คุณสามารถขอผ้าเช็ดตัวได้

Zone : Relaxation

โซนที่อยู่ท้ายสุดของ lounge จะเป็นโซนที่นอนค่ะ คือเงียบและแสงไฟสลัวมาก เตียงไม่ได้ private ถึงขั้นเป็นห้องส่วนตัว แต่ก้อเหมาะกับการงีบหรือหลับเอาจริงเอาจังมากจริงๆ ตอนที่เราไป มีคนนอนเยอะเหมือนกัน แทบจะเต็มทุกที่นอน

นอกจากโซนอื่นๆที่กล่าวมาแล้ว ที่นี่มีก้อยังมี office zone ที่จัดแยกออกไปเป็นมุมสงบส่วนตัว กรณีที่คุณอยากทำงานแบบเงียบๆ ซึ่งมี power outlet ให้อย่างเหลือเฟือ และอีกโซนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ โซนติดหน้าต่างที่เหมาะสำหรับการนั่งชมวิวเครื่องบินขึ้นลง

Overall แล้ว หลังจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ของ cathay แม่บ้านฟันธงเลยค่ะว่า Lounge นี้ เลิศกว่า Lounge ใดๆ ที่เคยไปมา ? นอกจากจะมีหลายโซน ที่นั่งที่วาไรตี้หลายแบบแล้ว ความสะดวกที่ lounge อื่นๆ ไม่ค่อยมีคือ ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ตรงไหน ก้อจะมี power outlet ให้คุณอยู่ทุกที่ Lounge นี้ อาจจะไม่ได้มีที่ตีกอล์ฟเหมือนที่ istanbul แต่ถ้าจะเน้นกินและนอน ขอบอกว่าที่นี่…แม่งใช่เลย ?

สะใภ้จีนที่รักการท่องเที่ยวและการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าไม่ได้ทำงาน ซึ่งจริงๆแล้ว “ผิดถนัดค่ะ” ยังทำงานประจำอยู่นะคะ เป็นสาววิศวะไอที มีการงานทำค่ะ ประเทศที่ไปแล้วชอบมากเป็นอันดับหนึ่งคือ Iceland ส่วนประเทศที่ไปแล้วไปอีกเพราะสนุกดีคือ อินเดีย ประเทศที่ยังไม่ได้ไปแต่อยากไปมว๊ากกก คือ เคนย่า (หาเพื่อนไปยากมาก T.T) ใครเป็นสายท่องเที่ยว เชิญมาเมาท์มอยหอยสังข์กันได้นะคะ เป็นคนพูดไม่เก่ง แต่จริงใจค่ะ 🙂 กริรกริ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *