กลับมาอีกครั้งกับการรีวิวโรงแรม มาฮานอยคราวนี้เราพักที่ The Metropole 2 คืนแล้วก้อเดินลากกระเป๋าข้ามถนนมาพักที่ The Opera – MGallery อีก 1 คืน เพื่อ?!? ? …. เหยยย มันมีเหตุผลเว้ย ? คือเราเอาคะแนนของ AA (American airlines) มาแลก stay ของที่ MGallery 1 คืน เหตุเนื่องมาจากว่า availability ของไฟลท์ American airline จะน้อยมาก ถ้าใครมีคะแนน AA เยอะๆ จะสังเกตได้ว่า แลกไฟลท์ไม่ค่อยได้ ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงเอา point มาแลกเป็น stay รวมอาหารเช้าแทน … เราก้อเช่นกัน ? – โปรดสังเกตว่า มาคราวนี้นี่ stay ของเราเป็น theme Accor นาจา ✌️

Hotel Main Entrance

Hotel de l’Opera Hanoi อยู่ใน MGallery collection ของเครือ Accor ถ้าความมีสเน่ห์แนวเก่าแก่ของโรงแรม The Metropole ไม่ใช่สไตล์คุณหล่ะก้อ ขอเชิญข้ามถนนมาที่นี่ค่ะ – The opera โรงแรมนี้ก้อจะออกแนวเก๋ๆ ชิคๆ ตอแหลๆ 5555 ถ้าให้เทียบก้อคงเหมือน W Hotel ของเครือ Starwood นั่นแหละ เอาจริงๆ โรงแรมนี้ก้อมีอดีตยาวนานเหมือนกันนะ เพราะตั้งอยู่ที่เมืองเก่าบนถนน Trang Tien (Coin Production) ที่สมัยก่อนเป็นถนนที่ตั้งโรงงานผลิตเหรียญตราของรัฐบาล สมัยนั้นพื้นที่แห่งนี้ถูกจัดเป็น entertainment center ก่อนที่ The opera จะถูกสร้างขึ้น จึงถูกเปลี่ยนเป็น The Bank of France and China และเป็นโรงแรม The Opera ในที่สุด (อันนี้อ่านมาจาก hotel directory ที่อยู่ในห้อง)

Hotel main lobby

โรงแรมนี้ถือว่า location ดีมาก คือติดกับร้านไอติมเก่าแก่ชื่อดัง – Trang Tien Ice Cream คือดังทั้งสำหรับคน local และคนต่างชาติ คนกินกันเยอะตลอดวัน ไม่เข้าใจ ไอติมแม่ก้อธรรมดาเว่อ มีแบบเสียบไม้กะแบบโคนๆ งง!!! โคตรจะธรรมดา แต่ขายดีจัด! ออกไปนิดหน่อยก้อเจอ Hanoi Opera House ไปอีกนิดก้อเจอ Hoan Kiem Lake ซึ่งเป็นอีก Landmark นึงในฮานอยที่ต้องมา

ตอนเรา check-in เจ้าหน้าที่ front เสนอเพคเกจให้เรา upgrade to Suite + limousine Mercedes E class ไปสนามบิน ในราคา 90 USD และคุณชายก้อใจดี upgrade ให้เรา กิกิ ? ห้องที่เราได้คือ The Grand Suite ชั้น 5

พอเข้าห้องมา เราจะเจอส่วนของครัวขนาดเล็กพร้อมไมโครเวฟให้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ได้ใช้! ติดๆกันจะเป็นโซนรับแขก ห้อง powder room และโต๊ะทานอาหาร สีโซฟาชมพูได้ใจพี่ตูนมาก! ที่เริ่ดก้อตรงโซน minibar ที่มีให้ครบเครื่องจริงๆ 

Living room
In-room minibar
Dining Table

ที่กิ๊บเก๋คือ ประตูกันห้อง ไม่ว่าจะเป็น powder room, bathroom, หรือประตูกั้นห้องนั่งเล่นกะห้องนอน ล้วนแต่เป็นแบบบานคู่ ให้อารมณ์แบบอยู่บ้านคุณยายวรนาถ ยังไงอย่างงั้นเลย

The door

มาดูห้องน้ำกันบ้างค่ะ ห้องน้ำที่นี่ทำออกมาสวยเว่อร์ คือเอากระเบื้องโมเสคมาต่อๆ กันเป็นลาย กิ๊บเก๋ยูเรก้ามาก Amenities ของที่นี่ใช้ของ L’occitane ค่ะ

His & Her bathroom
Bathtub
Bathroom amenities – L’occitane

ที่ตลกก้อคือ ที่กั้นระหว่าง bathtub กะเตียงนอนเป็น ผ้าม่าน!! เอิ่ม แช่น้ำเสร็จก้อกระโดดลงเตียงเลยจ้า สะดวกดีนะ

Easy access from bathtub to the bed 🙂

นอกจากนั้นก้อจะเป็นโซนแต่งตัว โซนโต๊ะทำงาน และโซฟาปลายเตียง เอาเป็นว่ากว้างจนหากันไม่เจอ …

มาพูดถึงเตียงกันซักเล็กน้อย ตัว topper เองก้อนิ่มมาก ได้อารมณ์แบบกระโดดตัวลงไปหาตัวไม่เจอ แต่จุดแย่อยู่ที่ คือเมิงจะทำเตียงสูงไปไหน กว่าจะตะกายขึ้นเตียงได้ คือต้องยกขาสูงมาก … จะดีมากถ้ามีเก้าอี้ซักผ้าหรือบันไดเล็กๆ ไว้ข้างเตียง การขึ้นเตียงจะได้ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

และอย่างที่เราบอกไปว่าโรวงแรมนี้ location ดีมาก จากหน้าต่างห้องเรา ก้อสามารถมองเห็น the Opera House ได้เลยทีเดียว

The Opera House – The view from our bedroom
Working Desk

แปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น เราก้อลากสังขารลงไปกินอาหารเช้า (ปกติแดกกันเที่ยงเลย) อาหารเช้าที่นี่ มีทั้งแบบ made to order และแบบ buffet แต่ส่วนของ buffet นั้นมี  selection ไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ จากความเห็นของเรา เราว่ามันน่าจะอลังการได้มากกว่านี้นะ (จุดนี้ลืมเอากล้องลงไป เลยไม่มีรูป)

เก้าโมงเช้า รถ limo ก้อมารอรับเราอยู่หน้าโรงแรม (ก้อแพ็คเสริมอัพเกรดห้องมาพร้อมกับ limosine ไปสนามบินไง) เอิ่ม คุณนายมากๆ ค่ะงานนี้เน้ 🙂 เราใช้เวลาประมาณ 40 นาทีจากโรงแรมถึงสนามบิน

Hotel Limosine

มาพูดถึงการบริการของที่นี่ นับว่าใช้ได้ตามมาตรฐานแต่ยังไงก้อไม่ดีเท่าที่ The Metropole สรุปนะ คือถ้าคุณอยากอยู่โรงแรม international chain 5 ดาว location premium แบบไม่อยากเสียตังค์เยอะ ก้ออยู่ที่นี่ แต่ถ้า budget คุณถึง เราก้อแนำนำว่า ไปอยู่ The Sofitel Legend Metropole ฝั่งตรงข้ามเหอะ จบนะ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *