こんにちは ทุกคนคะ เปิดมาแบบนี้ก้อต้องอยู่ที่ญี่ปุ่นเหมือนเดิมค่ะ คราวนี้เราจะพาทุกคนมาเที่ยวจังหวัดโอกายาม่า ซึ่งหลายคน คงเคยมาเที่ยวกันแล้ว แต่ขึ้นชื่อว่า Ontheroadstory ซะอย่าง จะให้เที่ยวแบบปกติคงไม่ได้ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ทุกคนมาทำภาระกิจ Rally เก็บสแตมป์เพื่อแลกของรางวัลที่ระลึกจากเมืองโอกายาม่ากันค่ะ

Okayama Momotaro Stamp Rally คืออะไร

 

 

โครงการนี้เป็นโครงการที่จัดโดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดโอกายาม่า ซึ่งคนที่จะเข้าร่วมได้จะต้องเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ JR WEST Rail Pass หรือบริการรถเช่าเท่านั้น เราจะขออธิบายวิธีการเล่นสำหรับคนที่ถือ JR WEST Rail Pass อย่างง่ายๆ ดังนี้

 

 

  1. เราทำการซื้อ JR WEST Rail Pass ออนไลน์จากเวบ โดยเราซื้อแบบ Sanyo-San’in Area เป็นระยะเวลา 7 วัน ราคา 19,000 เยน (แบบอื่นก้อได้นะคะ ขอให้เป็น JR WEST) โดยที่คุณสามารถทำการจองที่นั่งได้ถึง 6 เที่ยวพร้อมกับตอนที่คุณซื้อตั๋วเลย
  2. Print confirmation email เพื่อเอาไปแลก JR Pass ฉบับจริง ซึ่งเราไปแลกกันที่สนามบินคันไซ
  3. นำ JR Pass ไปแลก Momotaro Stamp Rally Book ซึ่งเป็นหนังสือเก็บสะสมสแตมป์ มีให้เลือกหลายภาษา (เราเอามาภาษาไทยกับภาษาจีน คนละเล่ม) คุณสามารถแลกได้ในทุกสถานที่เป็นจุดประทับตราสแตมป์
  4. ไปเยือนตามสถานที่ที่เป็นจุดประทับตรา (ดู list ของสถานที่ที่เป็นจุดประทับตราได้ที่นี่) เก็บสะสมไปเรื่อยๆ โดยที่ของรางวัล จะขึ้นกับจำนวนสแตมป์ที่คุณเก็บได้ ทั้งหมดมี 16 สแตมป์ กระจายอยู่ใน 14 เขต ภายในจังหวัดโอกายาม่า
  5. เมื่อเก็บสะสมจนพอใจ ก็เอา stamp แลกของรางวัลที่ Momotaro Tourist Center ที่อยู่ในสถานี Okayama ชั้น B1 หรือ General Information center ชั้น 1 ที่สนามบิน Okayama Momotaro Airport

 

 

Duration: โครงการนี้ เริ่มตั้งแต่ June 1, 2018 – November 30, 2018 ถ้าคุณมีแพลนจะไปแถบๆ คันไซในช่วงเวลานี้ ก็สามารถไปร่วมกิจกรรมได้นะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านได้ที่ https://www.okayama-japan.jp/en/stamp

Our Mission & Plan

จริงๆ แล้ว การสะสมสแตมป์ ทำได้แบบไม่มีเวลาจำกัด แค่ไปแลกก่อนวันสุดท้ายของแคมเปญนี้ก้อพอ แต่เราไม่ได้มีเวลาเยอะมาก เราจึงแพลนไว้ว่า จะทำทริป rally เก็บสแตมป์กัน 1 วันถ้วน (อีกแล้ว) เป้าหมายอยู่ที่ 5 สแตมป์จากทั้งหมด 16 สแตมป์ เพราะเราอยากได้กระเป๋า Momotaro Tote bag ซึ่งทำโดยร้านกางเกงยีนส์ชื่อดังของเมืองโอกายาม่า Betty Smith ใครๆ ก็รู้ว่าเมืองโอกายาม่าเป็นแหล่งผลิตยีนส์แห่งแรกของญี่ปุ่น และ Betty Smith ก็เป็นร้านที่ผลิตยีนส์ที่มีคุณภาพ และมีชื่อเสียงมาก ใครที่ชื่นชอบยีนส์ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะเค้ามีพิพิธภัณฑ์ยีนส์ที่ด้านในมีเรื่องราวต่างๆ และยีนส์หลากหลายรุ่นให้ได้ชมกัน

 

 

และนี่คือ 5 จุดที่เราแพลนไว้ว่าจะไปให้ครบใน 1 วัน โดยเริ่มจาก Okayama Station ไปเมือง Kurashiki, Tamano, Kojima, Kibiji และมาเอาสแตมป์สุดท้ายที่ Okayama Castle เป็นท่าดาวกระจาย ก่อนที่จะกลับมาแลกของรางวัลที่ Okayama station แน่นอนว่าเราทำการบ้านอย่างดี (แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เด๋วเล่าให้ฟัง) และทำการเลือกจุดที่เราจะไปด้วยเหตุผลดังนี้

  1. เป็นที่ที่สามารถเข้าถึงได้โดยการใช้ JR Pass เป็นส่วนใหญ่ (ย้ำว่าเป็นส่วนใหญ่ บางทีต้องมีการนั่งรถแท็กซี่หรือรถแทรม ซึ่งอาจจะต้องเสียตังค์เพิ่ม เพราะมันไม่ได้รวมอยู่ใน JR Pass) 
  2. เป็นจุดที่ไม่ไกลจากเมืองฐานทัพของเรา ซึ่งเราพักอยู่ที่โรงแรม ANA Crown Plaza Okayama ติดกับ Okayama Station (โรงแรมนี้ดีมากคือมีทางเชื่อมจากสถานี JR เข้าไปยังโรงแรมได้เลย สะดวกมากค่ะ ใครไปพักเมืองนี้ เราก็แนะนำนะคะ) 
  3. เป็นที่ที่มันเปิดในวันที่เราจะไป ใครที่แพลนจะไปทำภาระกิจ rally แบบนี้ ให้ดูวันเปิดปิดของสถานที่ที่จะไปให้ดีนะคะว่า มันมีวันปิดทำการรึเปล่า ถ้าจุดนั้นอยู่ในสถานีรถไฟก็เปิดแน่นอน แต่บางที่มันอยู่ในวัด ในพิพิธภัณฑ์ หรือแม้แต่ในโรงเรียน มันจะมีวันเปิดและปิดทำการไม่ตรงกัน

พอได้จุดทั้ง 5 แล้ว เราก็ไปกันเลยค่ะ โดยเราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ 6:30 ที่สถานีรถไฟ Okayama เป็นภาระกิจที่ทุ่มเทมากนะเนี่ยะ เพราะปกติไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้

1st Stamp – Kurashiki

 

เราถึงคุราชิกิกันตั้งแต่ 7 โมงนิดๆ ซึ่ง Tourist Information Center ยังไม่เปิดเลยเด้อ เราจึงไปเดินเล่นบริเวณคลองไบคัน (Bikan) กันก่อน บรรยากาศตอนเช้านี่คือโคตรจะดี ไม่มีคนเลยค่าาาา รู้สึกเหมือนเป็นเจ้าของเมืองเอโดะยังไงไม่รู้

 

 

เมืองนี้เป็นเมืองที่ค่อนข้าง popular ในหมู่นักท่องเที่ยว คนไทยก็ไปกันเยอะ ใครที่เคยมา Okayama น้อยคนนะที่จะไม่เคยไปคุราชิกิ สำหรับคนที่ไม่รู้ เมืองคุราชิกิ เป็นเมืองเก่าตั้งแต่สมัยเอโดะ ซึ่งถือเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการขนส่งข้าวในสมัยนั้น จะขนส่งทางเรือเป็นหลัก โดยเค้าสร้างคลองไบคัน (Bikan) คู่ขนานไปกับถนน ด้านข้างก็จะเป็นร้านรวง ขายของ ถือว่าเป็น Landmark สำคัญของเมืองคุราชิกิเลยทีเดียว บรรยากาศดีมากจริมๆ เดินเล่นรอบๆ ก็ได้บรรยากาศเหมือนการ์ตูนเรื่องซามุไรพเนจร อยากจะกลายร่างในกิโมโน เปลี่ยนชื่อมาเป็น คามิยะ คาโอรุ แล้วมาเดินเล่นแถวนี้ (ว่าไปนั่น ฮาาา)

 

 

 

ปัจจุบัน นอกจากเดินเล่น ถ่ายรูปรอบคลองแล้ว คุณก็สามารถว่าจ้างเรือพาย ลงไปล่องแม่น้ำได้ด้วยเช่นกัน และก็มีสถานที่เที่ยวนิยมอื่นๆ เช่น พิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่ พิพิธภัณฑ์คังโนริคุระชิกิที่นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ Kurashiki Bikan และพิพิธภัณฑ์ศิลป์โอฮาราซึ่งแสดงผลงานระดับโลกของศิลปินชื่อดัง ทั้งหมดนี่ที่บอกไป คือกรูไม่ได้ไป เพราะมันยังปิดอยู่เด้อ จบป่ะ?

 

 

ดังนั้นเราก็เดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ รอบคลองไป พอเห็นเวลาจะ 8 โมง ซึ่งเป็นเวลาเปิดของ Tourist Center เราจึงเดินกลับไปที่สถานีรถไฟเพื่อไปรับสมุดสะสมสแตมป์และประตราแรกของวันกันค่ะ

 

 

 

 

2nd Stamp – Tamano

หลังจากได้สแตมป์อันแรกมาแล้ว เราก็นั่งรถไฟกันยาวๆ คราวนี้จุดหมายเราอยู่ที่เมืองทามาโนะค่ะ ซึ่งต้องไปลงสถานี Uno โดยนั่งรถไฟตาม Hyperdia แล้ว เราจะต้องเปลี่ยนรถไฟ 2 ครั้งคือที่ Okayama Station และ Chayamachi Station การเดินทางนระหว่างเส้นทางนี้ ก็เป็นอะไรที่เราชอบและน่าจดจำมาก เพราะมันเป็นเส้นทางที่เราว่ามันสวยติดอันแรกๆ ของการนั่งรถไฟที่ญี่ปุ่นเลย คือเราเป็นคนชอบทิวทัศน์แบบนาข้าวสีเขียวๆ และตลอดเส้นทางไปยัง Tamano คุณก็จะเห็นทุ่งหญ้าสลับกับบ้านคนแนวญี่ปุ่นเก่าๆ ตลอดทาง คือฟินมากจุดๆ นี้

 

 

มาทำความรู้จักกับจุดหมายที่สองของเราหน่อยดีกว่า ตอนลงสถานีรถไฟมา ที่นี่ไม่เห็นมีอะไรเด่นๆ เลย เมืองก็ดูเงียบๆ เหงาๆ แอบเปิด google มาก็รู้แต่ว่าเป็นเมืองชายทะเล แต่ระหว่างทางที่มาในรถไฟ นอกจากคน local แล้ว เราก็สังเกตได้ว่ามีนักท่องเที่ยวฝรั่งอีกหลายกลุ่มเลยทีเดียวที่ขึ้นรถไฟมากับเราสองกะเหรี่ยงด้วย โดยจุดมุ่งหมายอยู่ที่สถานี Uno เหมือนกัน ไอ้เราสองคนก็งงว่า อ๊ะ เค้ามาทำอะไรกันในที่บ้านนอกๆ แบบนี้ว๊ะ หรือเค้าจะมาเก็บสแตมป์เหมือนเรา ซึ่งดูแล้วไม่น่าใช่ เพราะแต่ละคนกันแบบกระเป๋าใหญ่ ดูน่าจะไปนาน ท้ายที่สุดแล้วเลยถึงบางอ้อ คือเมือง Tamano แห่งนี้ เป็น Gateway ไปสู่เกาะน้อยใหญ่ทางฝั่งตะวันออกจากญี่ปุ่น โดยมีท่าเรือเฟอรี่ใหญ่เบิ้มอยู่ที่นี่นี่เอง!!!

 

 

และเกาะที่เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวพวกนี้ เห็นจะเป็นเกาะ Naoshima, เกาะ Teshima และเกาะ Shodoshima โดยเกาะ Naoshima และเกาะ Teshima นั้นได้รับขนานนามว่าเป็นเกาะแห่งศิลปะของทะเลเซโตะ (แอบไปเปิดดูคนอื่นเค้าเที่ยวกันคะคูณ – Naoshima & Techima art islands – คือสวยและครีเอถีบมาก อ๊าคคค นี่กรูพลากไปแล้วช่ะ) ส่วนเกาะ Shodoshima (小豆島) แปลจากชื่อตรงๆ ก็คือ เกาะถั่วจิ๋ว แต่มันไม่จิ๋วสมชื่อสิคะท่านผู้ชม เพราะมันเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันอับ 2 ของทะเลโซโตะอุจิ เป็นแหล่งผลิตชั้นเยี่ยมของผลิตผลมากมายในญี่ปุ่น เช่น มะกอก โชยุ และน้ำมันงา เป็นต้น นอกจากนี้เกาะโชโดะชิมะยังเต็มไปด้วยสถานที่ชมวิวธรรมชาติสวยๆ มากมาย และมักถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครโทรทัศน์อยู่เสมอ โอ้ววววว นี่เราพลาดไปแล้วนะเนี่ยะ มาจนถึงปากทางเข้าแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ เสียดายมากจริมๆ คราวหน้าจะตั้งใจมา ไม่ได้มาแค่เก็บสแตมป์เฉยๆ

 

 

หลังจาก realize ว่าเราพลาดอะไรไปแล้วบ้าง ก็ไปก้มหน้าก้มตาเก็บสแตมป์ที่สองต่อไป โดยจุดปั๋มอยู่ในสถานี Uno เลยจ่ะ แค่ตัวสถานีก็โคตรจะ Abstract ละ คนออกแบบนี่คือ ได้แนวคิดมาจากไหน กรงขังรึเปล่านะ? แต่คุณชายแอบกระซิบมาว่า ได้แรงบัลดาลใจมาจากประภาคาร (จริงหรอ)

 

 

ใกล้ๆ สถานีก็มีรูปปั้นอาร์ตอยู่ตัวนึง อีหินที่กระจัดกระจายอย่างไม่เป็นระเบียบนี่ก้อเป็นอาร์ตแบบนึงช่ะ?

3rd Stamp – Kojima

จากสถานี Uno เรานั่งรถไฟกลับมาที่ Chayamachi เพื่อเปลี่ยนรถไฟไปเมือง Kojima ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่ติดทะเลเซโตะ ที่อยู่ในจังหวัดโอคายาม่า(Okayama) มีชื่อเสียงเกี่ยวกับผ้าเดนิมและกางเกงยีนส์ไปไกลทั่วโลกว่าเป็นแหล่งผลิตผ้ายีนส์ระดับพรีเมี่ยม ดังนั้น คุณจะเห็นธีมกางเกงยีนส์ตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถไฟกันเลยทีเดียว อย่างเท่ห์อ่ะ

 

 

แม้แต่ gate ทางเข้าออกสถานีรถไฟยังเป็นกางเกงยีนส์!!!

 

 

จุดปั๊มสแตมป์ของเมือง Kojima ก็อยู่ในสถานี Kojima แหละ ว่าแล้วคุณชายก้อรี่ไปปั๊มก่อนอื่นใด

 

 

แต่เด๋วก่อน… เรายังไปไหนไม่ได้ เพราะเมืองนี้ มันมีที่เที่ยวสำคัญอยู่ที่ ซึ่งพลาดไม่ได้ ที่นี่เรียกว่า ถนนกางเกงยีนส์ หรือ Jean Street เป็นถนนเส้นที่รวมเอาแบรนด์ของกางเกงยีนส์ที่ผลิตในเมืองโคจิมะมารวมกันไว้ที่ถนนเส้นเดียว เช่นแบรนด์ Iron Heart, Momotaro และ Pure Blue Japan เป็นต้น คุณสามารถนั่งรถแท็กซี่จากสถานี JR Kojima Station ไปประมาณ 5 นาที หรือถ้าเดินไปก็ประมาณ 15 นาที (กิโลนิดๆ)

 

 

เมืองโคจิม่าถือเป็นจุดกำเนิดของยีนส์ญี่ปุ่นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นย่านร้านค้าที่บูรณะขึ้นจากร้านค้าเก่าริมถนนประมาณ 30 แห่ง มีพิพิธภัณฑ์ยีนส์จาก 2 แบรนด์ญี่ปุ่น (Big John และ the Betty Smith Jeans Meseum) มีคาเฟ่ และร้านขายยีนส์คุณภาพแบรนด์ดังระดับโลกที่ยังคงกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ ใครที่เป็นสาวกกางเกงยีนส์ถ้าได้มาที่นี่รับรองว่าฟินกลับบ้านแน่นอน

 

 

จริงๆ แล้วคอนเซปการผลิตของญี่ปุ่นสมัยแรกๆ ก็เริ่มมาจากก๊อปปี้ไอเดียมาจากชาวอเมริกันนี่แหละ อย่างเช่นแบรนด์ Evisu ชื่อเดิมคือ Evis ก็มาจาก Levis นี่เอง แต่หลังๆ ญี่ปุ่นเค้าเน้นเรื่อง Made-in-Japan กันมากขึ้น ทำให้เค้าเน้นคุณภาพที่ทุกขั้นตอนการผลิตและควบคุมคุณภาพของผ้ายีนส์มากขึ้น  ทำให้ปัจจุบัน ผ้าเดนิมหรือผ้ายีนส์จากญี่ปุ่นได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพดีที่สุดในโลกไปแล้วจ้า ก็ต้องยอมรับนะว่า คนญี่ปุ่นเวลาเค้าทำอะไรแล้ว เค้าทำจนสุดจริงๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่จะมาเที่ยวเมือง Kojima ก็อย่าลืมไปเที่ยว Betty Smith Jeans Museum ซึ่งนอกจากมันจะเป็นแหล่งผลิตยีนส์แห่งแรกของญี่ปุ่นแล้ว และคุณยังสามารถ customize กางเกงยีนส์ของคุณได้เอง ตั้งแต่เลือกเนื้อผ้า ด้าย กระดุม กระเป๋า ตะเข็บ โลโก้ โดยทางร้านจะใช้เวลาในการตัด 1 เดือน เพราะตัดเย็บด้วยมือ เสร็จแล้วจะจัดส่งให้ถึงบ้าน  ไม่ว่าจะเป็นที่ญี่ปุ่น หรือต่างประเทศก็ตาม

4th Stamp – Saijo Inari

เราอยู่เที่ยวเมือง Kojima ได้ไม่นานก็ต้องรีบออกไปยังจุดปั๊มที่ 4 ของเรา ซึ่งตอนแรก เรากะจะไปที่ Bizen area เพราะไปที่เดียว เราสามารถเก็บได้ถึง 2 สแตมป์ แต่…วันนั้นมันปิดค่ะท่านผู้โชม (เป็นช่วงโอบ้งพอดี) ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนแพลนกระทันหัน เปลี่ยนไปที่ Saijo Inari แทน โดยต้องนั่งรถไฟจากเมือง Kojima ไปเปลี่ยนที่ Okayama ต่อรถไฟสายโมโมทาโร่ไปลงที่สถานี Bitchu-Takamatsu ซึ่งเป็นสถานีเล็กมาก แถมยังไม่ถึงจุดหมายของเรานะคะ ต้องนั่งรถแท็กซี่ไปอีกประมาณ 15 นาที เราจึงมาถึงศาลเจ้าไซโจอินาริ เนื่องจากว่าศาลเจ้าแห่งนี้มันอยู่บ้านนอกมาก แถมอยู่บนเขาอีก คือมันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวตลาดๆ ทั่วไป ดังนั้น มันจึงไม่ติดกะสถานีรถไฟใดๆ เราทำการบอกกับคุณลุงแท็กซี่ว่า เราจะขึ้นศาลเจ้าไปแป๊บเดียว ประมาณ 10 นาที ให้ลุงรอหน่อยได้มั้ย เพราะเรากลัวหารถแท็กซี่กลับไม่ได้ ลุงบอกโอเค รอได้ เห็นดังนั้นเราจึงรีบบึ่ง เดินขึ้นเขามา แต่ก็ต้องตะลึงในความใหญ่ อลังการ และบรรยากาศอันน่าขนลุกของศาลเจ้าแห่งนี้ คือมันเงียบมากแต่มีความขลังยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก…

 

 

ศาลเจ้าไซโจอินาริ เป็นศาลเจ้าที่มีอายุกว่า 1,200 ปี เป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าอินาริที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น (โอ้ว ก๊อชชช ถ้าไม่ได้มา ก็ไม่รู้เลยนะเนี่ยะ) มีลักษณะคล้ายวัดแต่มีเสาโทริอิขนาดใหญ่ (โอโทริอิ) มีโครงสร้างตามแบบศาลเจ้า เป็นที่สักการะทั้งเทพเจ้าและพระพุทธเจ้า เชื่อกันว่าศาลมีความศักดิ์สิทธิ์ผู้คนจึงมาเพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ รวมทั้งด้านธุรกิจ และความปลอดภัยของครอบครัว เค้าว่ากันว่า ในช่วงวันหยุดปีใหม่ศาลแห่งนี้จึงมีผู้คนมาสักการะเยอะที่สุดในจังหวัดโอคายาม่า 

 

 

เราไปอ่านต่อมาอีกว่า ข้างในจะมีศาลเจ้าอันเล็กอยู่ด้วย เป็นศาลที่ผู้คนมาขอให้มีความรักที่ยั่งยืน และสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากชีวิตอีกด้วย แต่เนื่องจากเรามีเวลาน้อย เพราะบอกให้ลุงแท็กซี่รอข้างล่าง เลยรีบบึ่งไปจุดปั๊มสแตมป์ซึ่งเป็นจุดที่เค้าขายของที่ระลึกของที่วัดกัน รีบทำการปั๊มให้เรียบร้อย ตอนนี้ เรามี 4 สแตมป์แล้ว เหลืออีกแค่อันเดียว

 

 

และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอีกแล้วครับท่าน พอเราลงมาจากวัดที่อยู่บนเขา อ้าว? ลุงคนขับแท็กซี่หายไปไหนแล้ว เอาแล้วไง แล้วกรูจะกลับยังไงฟะ?!? แถมเรายังต้องรีบไปเก็บอีกสแตมป์นึกที่ปราสามโอกายาม่าด้วยซึ่งจะปิดตอน 5:30  (ตอนนั้นนี่ประมาณ 3 โมง) บ้านนอกขนาดนี้ มีความคิดว่า หรือเราจะไปขอคนอื่นติดรถไปด้วยดี แต่เค้าจะให้คนรู้จักขึ้นรถหรอ? ตอนนั้นคนก็น้อยมาก สุดท้าย ไปขอร้องคุณป้าขายของที่ระลึกข้างวัดคนนึงให้ช่วยเรียกแท็กซี่ให้ ซึ่งคุณป้าก็จัดการโทรเรียกแท็กซี่ให้เรา บอกว่าเราเป็นคนต่างชาติ เรียกแท็กซี่เองไม่ได้ รอไม่นาน แท็กซี่ก็มา เราขอบคุณคุณป้าพร้อมกับอุดหนุนผักดองแกมาด้วยถุงใหญ่ (เอามาแกะกินที่บ้านก็อร่อยดี) เราจึงได้กลับไปยังสถานี Bitchu-Takamutsu เพื่อนั่งรถไฟกลับไป Okayama

 

 

ในระหว่างรอรถไฟ ก็มีแค่เราสอง ครองสถานีไปเลยจ้า

5th Stamp – Okayama Castle

สแตมป์สุดท้ายของเรา อยู่ภายในที่ Okayama Castle พอรถไฟถึง Okayama station เราก็รีบบึ่งไปสถานีรถแทรมเพื่อนั่งต่อไอีก 4 ป้ายจึงไปลงที่ Shiroshita station แล้วก็รีบวิ่งไป Okayama Castle ซึ่งจะต้องเสียค่ะเข้าไปด้านในปราสาทด้วย และที่สุด เราก็ได้ stamp สุดท้ายของเรามาจนได้

 

 

ท้ายสุด เราเอาสมุดสะสมสแตมป์ไปแลกของรางวัลที่  Momotaro Tourist Center ที่อยู่ในสถานี Okayama ชั้น B1 เป็นอันจบทริป Momotaro Stamp Rally ของเราอย่างสวยงามตาม เย้ๆ

What do we get from the Rally?

 

  • แน่นอน! กระเป๋ายีนส์ Tote Momotaro Limited Edition ของ Betty Smith จากการแลก stamp ทั้งหมด 5 สแตมป์ … อย่างที่บอกว่า ของรางวัลขึ้นกับจำนวนสแตมป์ที่คุณได้ ก็แล้วแต่เลือกนะคะ เข้าไปดูในเวบได้ จะมีบอกว่าสแตมป์กี่ดวง ได้ของขวัญเป็นอะไร
  • Rally ครั้งนี้ ทำให้เราเที่ยวออกนอกรอบ ทำให้เราค้นพบกับคนและสิ่งใหม่ๆ … เห้ยยยย มันมีที่แบบอยู่ด้วยหรอเนี่ยะ?!?
  • Rally ครั้งนี้ ทำให้เรียนรู้ว่า ญี่ปุ่น! เที่ยวยังไงก็ไม่หมด …ว่าแล้วก็วางแผนที่ต่อไปเลยดีกั่ว
  • Rally ครั้งนี้ ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ตั้งแต่ตื่นแต่เช้าตรู่ กินข้าวก้อต้องกินในรถไฟตลอดเวลา เดินทางแข่งกับเวลา เจอเรื่องไม่คาดฝันทำให้เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ แลกมาด้วยความภูมิใจ และความประทับใจไม่รู้ลืมของเราสองคน

“Life is either a daring adventure or nothing at all.”

– Hellen Keller –

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *