การมา Chicago ครั้งนี้ เรามากันแบบ unplan สุดๆ เพราะอย่างที่เพื่อนๆ ทราบจาก timleine เราว่า เรามาช่วงที่ COVID-19 ยังไม่หายไปสนิท จึงไม่อยากแพลนอะไรล่วงหน้านาน จะอยู่ LA เดือนนึงเพื่อรอฉีดวัคซีนให้ครบโดสก็จะน่าเบื่อเกินไป เปลี่ยนที่บ้างอะไรบ้าง ดังนั้นเลยเลือกจิ้มเมืองที่เราสองคนไม่เคยมา หวยออกที่ Chicago หลังจากเลือกได้คร่าวๆ ก็คิดไว้ว่าซัก 2 วันเต็มๆ น่าจะพอ ส่วนใหญ่จะเน้นเที่ยวตาม instagram เป็นหลัก ช่วงที่เรามาเป็นเดือน June ที่ Chicago กว่าพระอาทิตย์จะตกก้อ 2 ทุ่มกว่า มีเวลาเที่ยวตอนกลางวันมาก และเราต้องรีบกลับไป WFH อีกตอนกลางคืน เพื่อให้ overlap กับเวลาทำงานที่เมืองไทย ดังนั้นเราจะเน้นเที่ยวชิวๆ ไม่หนักมาก เพราะเด๋วกลับโรงแรมมาทำงานไม่ไหว 55555

CTA Ventra virtual card

การเดินทางในช่วง 2 วันนี้ เราใช้ public trasportataion แทนการเช่ารถ เพราะสถานที่เที่ยวและ lanmark ต่างๆ อยู่ใกล้ๆ กัน นอกจากนี้ ใช้ CTA day pass ของที่นี่แค่วันละ 5$ ขึ้นได้ทั้ง subway และรถเมล์ไม่จำกัดใน 24 hr สามารถซื้อเป็นบัตรแบบ virtual card ที่ชื่อว่า ventra คล้ายๆ กับบัตร rabbit นั่นแหละ แต่ไม่ต้อง issue เป็น physical card เก็บเป็นแบบ version wallet ในโทรศัพท์มือถือได้เลยโดยจ่ายผ่าน apple pay หรือบัตรเครดิตก็ได้ เวลาขึ้นรถเมล์หรือเข้าสถานีรถไฟฟ้าก้อใช้โทรศัพท์มือถือหรือ apple watch แตะได้เลย สะดวกและคุ้มมากๆ

เอาหละ เรารู้วิธี getting around แล้ว ลองมาดูซิว่า เที่ยวตาม instagram เนี่ยะ มีที่ไหนบ้าง


Field Museum

Field Museum

ที่นี่เป็นพิพิธภัณท์ที่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของธรรมชาติและ culture ตอนแรกเราไม่ได้ expect อะไรมาก เอาจริงๆ นึกว่าเป็นแค่สถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Night at the museum เท่านั้น แต่พอมาจริงๆ เห้ยยย คือมันดีย์มาก ข้างในมีเรื่องราวน่าสนใจเยอะ ส่วนที่เราชอบมากๆ เห็นจะเป็นส่วน GRIFFIN HALLS OF EVOLVING PLANET & SUE THE T. REX ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงที่เล่าถึงความเป็นมาของโลกนี้ ตั้งแต่ 4.5 พันล้านปีก่อน แบบว่า โลกเกิดมาได้ยังไง สิ่งมีชีวิตตัวแรกของโลกคืออะไร หน้าตาเป็นยังไง วิวัฒนาการจากตัวอะไรไปตัวอะไร เริ่มมีการสืบพันธุ์ได้ยังไง แต่ละยุคสมัยมีสัตว์อะไรบ้าง มีการสูญพันธุ์แบบล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นกี่ครั้ง สาเหตุเพราะอะไร ที่น่าตื่นเต้นก็เห็นจะเห็นเจ้าตัว highlight อย่าง Sue T.Rex ซึ่งตั้งชื่อตาม Sue Hendrickson ผู้ค้นพบซาก Tyrannosaurus ใน South Dakota เค้าว่ากันว่าซากนี้เป็นซากที่เกือบสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ค้นพบมาเลยทีเดียว เราเพลิดเพลินกับการเดินชมแบบลืมเวลาไปเลย เพราะมันเหมือนเรากลับไปเรียนวิชาโลกของเราใหม่ ยังไงอย่างงั้นเลย สนุกมาก 

The fossil skeleton of SUE, a 40-foot-long and 90-percent-complete Tyrannosaurus rex

อีกอย่างที่เราชอบคือ หนัง 3D เรื่อง TITANOSAUR 3D: THE STORY OF MÁXIMO ซึ่งเป็นหนัง 3D ที่กล่าวถึงสัตว์เดินดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชีวิตอยู่เมื่อ 100 ล้านปีที่แล้ว เพื่อนๆ น่าจะจำได้ว่าในหนังเรื่อง Jurassic Park จะมีสัตว์ตัวหนึ่ง รูปร่างคล้ายๆ ช้าง แต่คอโคตรยาวววววว กินพืช นั่นแหละๆ มันคือ Titannosaur ตามชื่อเลย และมันยังเป็นพระเอกที่ถูกจัดแสดงไว้ที่ mall hall ในช่วงนี้อีกด้วย

Main Hall is now showing the largest dinosaur fossil that ever lived – The Titanosaur

ส่วนอีตาคุณชาย ชอบส่วน NATURE WALK & MESSAGES FROM THE WILDERNESS ซึ่งเป็นส่วนนิทรรศการจำลองสัตว์ต่างๆ จากทั้งใน อเมริกาและส่วนอื่นๆ ในโลก มีทั้งสัตว์ขนาดใหญ่อย่าง Mammoth ไปจนถึง bug ตัวเล็กๆ ซึ่งวิธีการจัดแสดงเค้าจะเรียกว่าเป็นแบบ nature walk คือสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับเราอยู่ในสถานที่นั่นๆ จริงๆ ได้เห็นสัตว์แปลกๆ รวมถึงได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ เปิด dictionary กันรัวๆ บันเทิงมากจริงๆ 

Field Museum ticket

ในแง่ของความปลอดภัย ใน museum ณ เวลานี้เค้ายังให้เราใส่ mask อยู่นะ ถึงแม้ว่าตอนอยู่ข้างนอก ไม่ค่อยมีคนใส่ mask แล้วก็ตาม

Main Hall – Field Museum
Navy Pier Skyline shot from Field museum

รู้ตัวอีกทีเราก็เดินกันไปเกือบ 5 ชั่วโมง โอ้มายก๊อด ขาลากเลย ณ จุดนี้ แต่ชอบมากกกก ใครมา Chicago แนะนำที่นี่อย่างแรง คุ้ม สนุก ได้ความรู้

Ref: https://www.fieldmuseum.org/

Google Map: https://goo.gl/maps/REY7d8Zf7n4CCV1s9


London House Rooftop

อีกจุดที่ไม่ควรพลาดเลยคือ ขึ้นไปชมวิว Chicago river กะ Michigan Lake ที่เป็น iconic ของเมือง Chicago บน London House rooftop ซึ่งเป็น bar & restuarant ที่ location ดีมากๆ และที่นี่ก็เพิ่งได้รับการโหวดว่าเป็น Best rooftop bar in the US No.2 ในปีนี้ 2021 อีกด้วย ถ้าใครมีแพลนจะไป dinner สวยๆ บน rooftop เราก็ขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ เน้นตัวหนา ขีดเส้นใต้เลยว่า กรุณาจองไปก่อนล่วงหน้า แต่ถ้าใครไม่มีแพลนจะไปทานอาหารที่ร้านเค้า ที่นี่เค้าค่อนข้าง friendly นะคะ บอกเค้าว่าขอขึ้นไปถ่ายรูปเฉยๆ เค้าก็ให้นะคะ เพราะเราทำมาแล้ว คือไม่ได้จองไปก่อน อย่างที่บอกว่า unplan ก็เลยขึ้นไปถ่ายรูปชมวิวเฉยๆ

Ref: https://bigseventravel.com/best-rooftop-bars-usa/

Google Map: https://goo.gl/maps/AXtqtxYfzohubpZW9


The Route 66 Starting Point

เรามั่นใจว่า เพื่อนๆ คงเคยได้ยินคำว่า ‘Route 66’ มากันบ้าง หลายๆ คนอาจเข้าใจว่ามันเป็นสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแถว RCA แต่จริงๆ แล้วมันเป็น US highway ที่ลากยาวเริ่มที่เมือง Chicago รัฐ Illinois ไปสิ้นสุดที่ Santa Monica ที่ LA รัฐ California ความยาวรวม 2,448 miles หรือเกือบ 4000 กิโลเมตร เป็นการเชื่อมระหว่าง michigan Lake เข้ากับมหาสมุทรแปซิฟิค เรียกได้ว่าเป็น the nation’s first all-weather highway นั่นเอง ดังนั้นเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวที่ Chicago จะเห็นได้ว่ามีป้าย Route 66 Begin ที่นี่ และที่ LA ก็มีป้าย Route 66 End เช่นกัน 

และวันนี้เราอยู่ที่ Chicago ก็ขอแวะมาดูจุดเริ่มต้นของ route 66 หน่อย ซึ่งอยู่ที่ intersection Adam St. กับ Michigan Ave. จริงๆ แล้ว starting point ของ Route 66 นี้ได้มีการย้ายไปย้ายมาหลายครั้งมาก อันเนื่องจากการถือครองพื้นที่ที่เปลี่ยนไป หรือการเปลี่ยนจากถนน 2-way เป็น 1 way เป็นต้น ทำให้มีการเปลี่ยนจุดเริ่มต้นของ route 66 มาเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันนี่เอง

ถึงแม้ว่า route 66 จะเคยโด่งดังเมื่อสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เพราะเป็นถนนเส้นแรกที่เชื่อระหว่าง Midwest กับ Pacific Coast และทำให้ย่นระยะทางได้ถึง 200 miles แต่เวลาต่อมา อเมริกาเริ่มมีการพัฒนามากขึ้นและมีการสร้าง interstate highway มากขึ้น คนก็เริ่มใช้ route 66 น้อยลง จนปัจจุบันกลายเป็น Historical route 66 ยังไงก็ตาม เราเชื่อว่าเพื่อนๆ ที่เคยไปเที่ยวแถวๆ grand canyon ต้องได้เคยผ่าน route 66 มาบ้างแหละ เราสองคนก็เคยมีความคิดว่าจะลองทำ road trip route 66 ซักครั้งหนึ่งในชีวิต รอให้มีเวลานานๆ หน่อยละกันนะ เอาเป็นรถบ้านเลยเป็นไง ขับไปนอนไปงิ?

Ref: https://ncptt.nps.gov/rt66/history-and-significance-of-us-route-66/

Google Map: https://goo.gl/maps/VMmKiCkMuY4zbrdh6


Cloud Gate

ที่ที่ไม่ไป คงจะเรียกว่ามาไม่ถึง Chicago เห็นจะเป็นที่นี่ ก้อนเม็ดถั่วสะท้อนแสง เอาจริงๆ เราไม่ได้ว้าวอะไรกะมันมากนะ หรือเพราะเห็นคน post รูปนี้บ่อยมากเกิ๊น เลยรู้สึกเฉยๆ แถมช่วงนี้ COVID เค้าไม่ให้คนเข้าไปยืนใต้ถั่วหรือรอบๆ เล่นเอาที่กั้นมากั้นซะงั้น ได้แต่ดูอยู่ไกลๆ ข้างนอก หมดสนุกเลยวัยรุ่น

Cloud Gate

ก้อนเม็ดถัวสะท้อนแสงนี้ ตั้งอยู่ใน Millenium park ซึ่งถือที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งสำคัญของชาวเมือง Chicago โดยปกติจะมีคนมาปิคนิค เล่นน้ำที่น้ำพุ หรือแม้แต่มานั่งชิวฟังคอนเสิร์ตฟรีตลอดปี แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด ตอนที่เรามา น้ำพุหน้าคนก็ไม่เปิด ร้านค้าบางส่วนก็ปิดไป และก็ไม่มีการจัดแสดงคอนเสิร์ตในช่วงนี้ไปโดยปริยาย

Google Map: https://goo.gl/maps/xwbRCwT2tqcFXSjFA


Chicago Theater

ถ้าพูดถึง downtown Chicago แล้ว หลายๆ คนคงนึกถึง วิว cityscape แบบตึกสูงเสียดฟ้าเป็นแน่ จริงๆ ย่านนี้ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวกันระหว่างตึกแนวสมัยใหม่และสถาปัตยกรรมแบบเก่าที่เป็นอิฐแดงๆ the loop ย่าน downtown ถือเป็นย่านที่มีชีวิตชีวาอีกแห่งนึงของเมือง chicago เลยทีเดียว ที่นี่…คุณจะพบกับโรงละครเก่าแก่แห่งนึง ที่เป็นต้นแบบของโรงละครอื่นๆ ทั่วโลก นั่นคือ Chicago Theater นี่เอง

โรงละครแห่งนี้ สร้างขึ้นในสไตล์บาโรกแบบฝรั่งเศส มีแบบจำลองย่อส่วนของ landmark สำคัญอย่าง Arc de Triomphe ของกรุงปารีส มองจากข้างนอกจะเป็นตึกแบบโบราณสูง 7 ชั้น มีป้าย neon สไตล์ vintage แนวตั้งว่า C-H-I-C-A-G-O ซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญของที่นี่ ถ้าใครมีเวลาเยอะ ก็สามารถซื้อตั๋วเข้าไปชมโชว์ต่างๆ ในโรงละครได้ ซึ่งจะมีทั้งแนวดนตรี แนว comedy หรือแนว family ที่นี่ยังใช้ในการจัด event สำคัญต่างๆ นอกจากนั้นเค้ายังมี theatre tour สำหรับคนที่สนใจประวัติและต้องการเข้าชมสถาปัตกรรมของโรงละครด้านใน แค่ 18$ เท่านั้น 

Ref: https://www.msg.com/the-chicago-theatre

Google: https://goo.gl/maps/QEeKXvwnenW8LTxq8


Tribune Tower

ตึกสูง 36 ชั้นสไตล์ neo-Gothic ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Chicago ที่นี่ถือเป็นบ้านเกิดของ Chicago Tribune บริษัทหนังสือพิมพ์และมีเดียเก่าแก่ของเมือง Chicago และยังคงเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใน chicago รวทถึงพื้นที่แถบบริเวณ great lakes ในปัจจุบัน ส่วนตัวตึกของมัน ดูเผินๆ ก็เหมือนจะเป็น office building ธรรมดา แต่ความเก๋ของมันอยู่ที่ผนังด้านนอก ที่เค้ารวบรวมเอาชิ้นส่วนของหินหรือก้อนอิฐมาจากสถานที่สำคัญๆ ทั่วโลก อาทิเช่น ก้อนอิฐจากปราสาท Edinburg, ก้อนอิฐจากวิหาร pathenon ในกรีซ, ก้อนอิฐจาก Taj Mahal ในอินเดีย, ก้อนอิฐจาก the great pyramid ในอิยิปต์, ก้อนอิฐจากวิหาร Hagia Sophia ในตุรกี, ก้อนอิฐจาก Notre Dame ในฝรั่งเศส, ก้อนอิฐจากหลุมศพของ Abraham Lincoln ก็ยังมี หรือแม้แต่ก้อนหินที่เอากลับมาจากดวงจันทร์ของ apollo 11 mission ก็เคยถูกจัดแสดงไว้ที่นี่ด้วย (อันนี้เค้ายืมมาจาก NASA ก็เลยเอามาแปะบนกำแพงไว้ไม่ได้ ได้แต่เอามาจัดแสดงในตู้โชว์ จนกระทั่งปี 2011 เค้าก็เอาออกไป) อีกอันที่น่าสนใจก็คือชิ้นส่วนซากของตึก World Trade Center ก็ยังเอามาแวะไว้ที่กำแพงรอบตึกนี้ด้วย รวมๆ แล้วก็มากกว่า 150 ชิ้น แต่ละชิ้นจะมีสลักคำอธิบายไว้ว่าเอามาจากไหน เก๋มาก

Rocks and bricks collected from all around the world

เอาเป็นว่า มาเดินรอบตึกนี้ ก็เหมือนได้สัมผัสกับ landmark สำคัญๆ ทั่วโลกเลยทีเดียว เจ้าของไอเดียเก๋กู๊ดนี้คือ Robert R. McCormick ผู้ก่อตั้ง Chicago Tribune newspaper นี่แหละ ช่างคิดนะเนี่ยะ คนปกติ ไปเที่ยวก็ได้แต่ซื้อพวกของที่ระลึกใช่ป่ะ แต่คนนี้นี่ คิดเอาหินกลับมาแปะกำแพงตึก ว่อออออ

Google Map: https://goo.gl/maps/VKCwybDMJJJuKeGQ8


Chicago Loop Line

Chicago Loop line

เนื่องจากเราซื้อ day pass ของ CTA มาใช่ม๊าาาา แปลว่าเราจะนั่งรถไฟกี่รอบก็ได้ 555 และสิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นใน downtown Chicago คือจะมีรถไฟอยู่หลายสายที่วิ่งตามซอกหลืบเล็กๆ ระหว่างตึกสูง ซึ่งเราคิดว่ามันมีสเน่ห์มาก เวลาถ่ายรูปออกมามันดูว๊าวมาก เราเลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวที่ Chicago ก็ให้ลองไปนั่งรถไฟสาย loop line นี้ดูนะคะ มีหลายสายให้เลือก วิวสวยไม่แพ้บนดินเลยหล่ะ นั่งรถไฟ ไปๆมาๆ ตามประสาคนว่างงาน

A shot from Adam/Wabash station

Ref: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/8/88/Chicago_L_diagram_sb.svg


Strolling on the Michigan St.

ถ้าใครมีเวลาชิวๆ เราแนะนำว่าให้เดินเล่นบนถนน Michigan ที่อยู่ริม Lake Michigan ดูนะคะ เพราะนอกจากจะมีร้านค้าสำหรับขาช้อปแล้ว (ปล. แนะนำว่าอย่าช้อปเยอะ state นี้ tax แพงมว๊ากกก) ยังมีร้านอาหาร สวน และวิวช่องตึกสวยๆ ให้ถ่ายรูป แอ๊คชั่นกันอีกเพียบ ใครที่เป็นขากาแฟ ก็ไม่ควรพลาด Starbuck roastery สาขาเมือง Chicago นะคะ ข้างในหรูหราหมาเห่ามากเลยค่ะ ส่วนใครเป็นแฟน Chicago Cubs ทีมเบสบอลชื่อดัง อันดับต้นๆ ของ MLB ก็มี shop อยู่บนถนนเส้นนี้ด้วยเช่นกัน

สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด 2 วันใน Chicago ของเรา แน่นอนว่าเราเที่ยวไม่ครบ มีหลายที่อยากยังอยากไป มีหลายร้านที่ยังอยากกิน เอาไว้มาใหม่คราวหน้าเนอะ 🙂

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *